Get Adobe Flash player

ความสำเร็จอยู่กับคนที่ไม่หยุดเดิน

 
     มุมหนึ่งบนโลกใบนี้ มีชีวิตเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถือกำเนิดมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้รับใช้พระเจ้าบนดอยในจังหวัดเชียงราย เธอโตมากับความยากจน ที่ไม่มีไฟฟ้าจะใช้ในบ้าน  แต่เธอถูกสร้างขึ้นมาให้มีจิตใจที่กระตือรือร้นใฝ่หาความรู้ มุ่งมั่น ทุ่มเท ไม่ยอมแพ้ เมื่อเธอจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เธอเริ่มชีวิตการทำงานจากการเป็นลูกจ้าง มาทำธุรกิจส่วนตัว และก้าวไปยังธุรกิจด้านสกินแคร์ ธุรกิจนี้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอขึ้นแท่นเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ความงามออนไลน์   เคล็ดลับในความสำเร็จของเธอคือ  พระเจ้า... พระองค์ทรงอยู่ในทุกเรื่องราวของชีวิตเธอ พระองค์ทรงนำเธอในทุกย่างก้าว  เธอกล่าวว่า  “ในความสำเร็จทุกอย่างมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น”
 
     คุณศิริรัตน์  กิจพ่อค้า “ม่งนี๋” เจ้าของบริษัทมานาสกินแคร์ อายุ  29 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC)  คณะ Art-Eng   สมรสกับคุณไชยนุวัติ  กิจพ่อค้า นมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรพลับพลา กรุงเทพฯ
 
ครอบครัวคริสเตียน 
 
     คุณพ่อกับคุณแม่เป็นคนจีนอาศัยอยู่บนดอยในชนเผ่าลาหู่ตั้งแต่ก่อนที่ม่งจะเกิด ท่านทั้งสองเรียนจบที่โรงเรียนพระคริสตธรรมเบลเอล เป็นครูสอนศาสนาคริสต์ให้กับชาวบ้านในชนเผ่าที่นั่น ชีวิตม่งในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าความรวยความจนมันเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เราอยู่บนดอยนั้นก็ไม่มีอะไรเลย ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ถนนก็เป็นทางลูกรัง มองไปรอบๆ ตัวก็เจอแต่ต้นไม้ ภูเขา พืชสวน ไร่นา ของชาวบ้านบนดอย ม่งได้สัมผัสชีวิตบนดอยประมาณ 5 ปี คุณพ่อคุณแม่ก็เห็นว่าเราโตแล้ว แถมยังมีน้องชายอีก ก็เลยได้มีโอกาสย้ายลงไปอยู่บนตีนดอย คุณพ่อกับคุณแม่เลยเกิดความคิดที่ว่า อยากให้เราได้เรียนโรงเรียนที่ดีๆ ท่านเลยไปสมัครเป็นครูสอนภาษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ม่งเลยได้สิทธิเรียนฟรีที่โรงเรียนนั้นเลย ซึ่งทั้งคุณพ่อ คุณแม่ก็สามารถส่งเสียม่งจนเรียนจบมหาวิทยาลัยได้  ชีวิตของม่งค่อยๆ โตขึ้นกับพระเจ้า เรารู้สึกว่าในทุกๆ ปัญหาที่เกิดขึ้น พระเจ้าให้เราเห็นพระพร และให้เราเรียนรู้ว่าพระองค์กำลังบอกอะไรเรา เพื่อเราจะก้าวต่อไปภายใต้การทรงนำของพระองค์
 
จุดเริ่ม..มานาสกินแคร์       
 
     พอม่งเรียนจบก็ได้เข้าทำงานเกี่ยวกับที่ปรึกษาด้านการเงินของสถาบันแห่งหนึ่ง หน้าที่หลักๆ คือ ช่วยคนที่มีเงินอยู่แล้ว บริหารพอร์ตว่าจะต้องลงทุนอะไรบ้าง ซื้อหุ้นอะไร หรือหุ้นตัวไหนดี ซึ่งง่ายๆ ก็คือเป็นหน้าที่ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเงิน และด้วยที่ตัวม่งเองเป็นคนที่ชอบเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว ทำให้เราเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับสกินแคร์ ซึ่งตอนแรกเราคิดว่าทำการเงินก็ดีอยู่แล้ว เราก็ประสบความสำเร็จในระดับนึง แต่ตอนนั้น เรารู้สึกว่าผลิตภัณฑ์สกินแคร์สำหรับคนที่แพ้นั้นหายากมาก เพราะด้วยที่ตัวเราเองเป็นคนแพ้ผลิตภัณฑ์พวกนี้ง่าย ม่งเลยคิดว่าถ้ามีผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เราทำออกมาเพื่อตัวเอง ให้แก้ปัญหาของตัวม่งเองได้ ผลิตภัณฑ์พวกนี้ก็น่าจะช่วยคนที่เจอปัญหาเหมือนกับตัวเราได้เหมือนกัน คือแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้ไปหมด
 
     ม่งเริ่มขายผลิตภัณฑ์ของมานาสกินแคร์ผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค เปิดเพจโฆษณาผ่านทางเฟสบุ๊ค และก็มีคนมาสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายกันมาก ตอนนั้นแค่คิดว่าขายเล่นๆ ขายได้ก็ดี ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สินค้ามันดี เราจะเก็บไว้ใช้เอง ช่วงแรกในการทำธุรกิจ ม่งไม่รู้จักโลกออนไลน์เลย คือไม่รู้ว่าการขายออนไลน์เป็นแบบไหน ขายได้จริงหรือเปล่า ตัวม่งเริ่มธุรกิจทั้งที่ไม่มีพื้นฐาน หรือไม่รู้เลย เริ่มด้วยทำเพราะความชอบเรื่องความสวยความงาม แต่พอหลังจากทำธุรกิจได้สองเดือน ตัวแทนคนหนึ่งบอกเราว่าเขามีชีวิตที่ดีขึ้น เขามีเงินไปรักษาแม่ที่เป็นมะเร็งจากการมาเป็นตัวแทนกับเรา บางคนบอกว่า จากที่ไม่มีเงินเก็บเลย วันนี้มีเงินจากการขายมานา ส่งให้พ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัดแล้ว จากวันนั้นเราเลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะเรารู้สึกว่า นี่แหละ มันคือ “คุณค่าของชีวิตเรา” วันนี้เราอาจจะช่วยพลิกชีวิตตัวแทนได้ 10 คน แต่วันหนึ่งมันต้องมากขึ้น มันต้องเป็น 100 เป็น 1,000 และเป็น 10,000 ชีวิตอย่างแน่นอน พอเราเริ่มมีเป้าหมายที่ชัดเจน เราก็อยากจะทำมันให้เต็มที่ มันเลยกลายเป็นว่า ถึงจะมีปัญหา หรืออุปสรรคอะไรก็ตาม เราก็จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ ตอนนี้มานาสกินแคร์ มีตัวแทนจำหน่ายเกือบสองหมื่นคน ซึ่งทุกคนเริ่มจากขายไม่เป็น ไม่มีทุน โตมาจากการขาย 1 กระปุก จนทุกวันนี้แต่ละคนขายได้เป็นหมื่นกระปุก พลิกชีวิตกันเยอะมากๆ บางคนได้รถในฝัน บางคนได้บ้านในฝันให้พ่อกับแม่ บางคนส่งลูกให้เรียนในโรงเรียนดีๆ ได้    
 
     จุดเด่นตั้งแต่ตัวสินค้าคุณภาพระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ อย่างเช่น มาส์กข้าวสาเกญี่ปุ่น เรานำเข้าสารสกัดที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราเป็นเจ้าแรก และเจ้าเดียวในประเทศไทย โดยเป้าหมายหลักๆ ของเรากับสินค้าทุกตัว คือต้องการให้เป็นสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผลชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ช่วยแก้ปัญหาทุกสภาพผิวหน้าในราคาที่คนไทยจับต้องได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกว่า แบรนด์ของเราแตกต่างกว่าเจ้าอื่นคือ ธุรกิจของเราไม่ใช่สินค้าออนไลน์ที่ซื้อมาแล้วขายไปอย่างเดียว แต่เราต้องการให้ตัวแทนทุกคนที่เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันกับมานาสกินแคร์ ให้พลิกชีวิตตัวเอง และครอบครัวให้ดีขึ้นได้   สำหรับตัวแทนบริษัทฯ จะมีการจัดเทรนนิ่งอยู่ตลอดทุกเดือน เพื่อให้ตัวแทนรู้ว่า ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะต้องขายแบบไหน สำหรับคนที่ขายไม่เป็น หรือไม่เคยขาย ทำยังไงให้ขายได้ คนที่ไม่มีทุนจะทำยังไง ให้ต่อยอดได้จากรายได้หลักร้อย เป็นหลักหมื่น เป็นหลักแสน เป็นหลักล้าน 
 
ทำไมชื่อมานา
 
     ตอนแรกคิดอยู่หลายชื่อเหมือนกัน แต่ที่คิดถึงชื่อ “มานา” เพราะครีมของเราเป็นสารสกัดจากข้าวสาเก มานาเป็นข้าวที่พระเจ้าประทานให้แก่คนอิสราเอลในพระคัมภีร์ เป็นการอัศจรรย์ของพระเจ้า พอใช้ชื่อนี้แล้ว มานาสกินแคร์ก็เป็นเหมือนกับการอัศจรรย์จากพระเจ้าจริงๆ ที่พอตัวแทนเอาสินค้าของเราไปขาย พวกเขามีรายได้มากขึ้น พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างอัศจรรย์ 
 
ขึ้นแท่นผู้บริหาร
 
     การทำธุรกิจของเราที่ผ่านมา แรงผลักดันไม่ได้มาจากว่าต้องทำธุรกิจนี้ให้สำเร็จ แต่มาจากว่าคนที่เลือกมานาต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น หลักในการทำธุรกิจคือความชัดเจนในการทำธุรกิจ เราจึงทำทุกอย่างที่โลกออนไลน์ไม่มี เช่นพวกแม่ค้าออนไลน์จะไม่มีใครมาสอนว่าให้ขายแบบไหน แค่โพสๆ ขายไป ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ของมานาจะมีการอบรมสอนทุกเดือน ม่งสอนเอง หรือบางทีจะมีตัวแทนบางคนสอน สอนเพื่อให้เขาขายได้ ขายเป็น การอบรมจัดหลายที่ อย่างเดือนหน้าจัดที่ ไบเทค บางนา มานาเติบโตมาจากห้องเล็กๆ และโตขึ้นเรื่อยๆ พอเรารู้น้อยเราก็ศึกษาเยอะ เป็นพระพรของพระเจ้าที่ทรงนำความคิดให้เราว่า จังหวะนี้จะนำความคิดเราไปอย่างไร ม่งเองสร้างให้องค์กรของเราใช้หลักการให้ก่อน ให้ความรัก  ให้วิธีการ สร้างสังคมแห่งการให้ พอตัวแทนเข้ามาเจอเรา เราจะกอดเขาทุกคนไม่ว่าจะเป็นตัวแทนระดับไหนก็ตาม เราจะสวมบทบาทเจ้าของแบรนด์ที่เป็นคริสเตียน ที่แตกต่างกับคนทั่วไป เขาจะสัมผัสได้ เขาได้รับกอดจากเราเขาก็เอาไปโพสว่า พอเขามาที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นๆ เมื่อตอนทำการเงิน อายุยังน้อยแล้วมีรายได้เยอะ เราเริ่มรู้สึกว่าอะไรเราก็ซื้อได้ เฉยๆ กับของแพงๆ เหมือนกับทำงานไปเรื่อยๆ ใครจะขาดเราไปก็ได้เพราะลูกค้าก็มีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว แต่พอมาทำมานาทำให้รู้สึกว่า พวกเขาขาดเราไปไม่ได้ เราจึงทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะทำให้ตัวแทนมีชีวิตที่ดีขึ้น
 
ชีวิตกับพระเจ้า
 
     ม่งเคยนั่งคุยกับแม่ นั่งร้องไห้ อธิษฐานขอบคุณพระเจ้า ในพระคัมภีร์บอกว่าคนที่รับใช้พระเจ้า พระองค์จะเทพระพรลงมา พ่อกับแม่ม่งรักพระเจ้ามาก  ท่านก็จะไปเป็นพยานให้คนฟังว่าพระเจ้าอวยพรให้ลูกเค้าอย่างมากมาย ม่งเองก็จะนำเงินไปถวายให้กับคริสตจักร โรงเรียน และที่อื่นๆ ในจังหวัดเชียงราย
 
     การขอบคุณพระเจ้าเป็นสิ่งที่พ่อแม่ม่งปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ขอบคุณในทุกสถานการณ์ บางทีเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายมากๆ เราก็จะอธิษฐานขอการทรงนำจากพระองค์ ยิ่งตอนนี้เราโตขึ้นยิ่งเห็นการอัศจรรย์จากพระเจ้าอย่างมาก อย่างเช่น วันหนึ่งไปออกรายการทีวี (เป็นรายการสด) ของคุณไตรภพ (คุณต๋อย) ก่อนไปอัดก็อธิษฐานกับพระเจ้าว่า “ขอให้ลูกพูดทุกอย่างออกมาส่งผลดีกับตัวแทนจำหน่ายด้วย” พอไปถึงในรายการ คุณต๋อย ถามคำถามว่า “ม่งเป็นคนที่สร้างโอกาสให้ตัวเอง แล้วเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าเราสร้างโอกาสให้ตัวเองเป็น” ม่งก็ตอบไปว่า “ต้องเรียกว่าเป็นการสะสมมากกว่า สะสมปัญหา สะสมอุปสรรค เราจะเริ่มเห็นโอกาส ถ้าเรามีพลังบวกเราจะมองเห็นโอกาส ถ้าเรามีพลังลบ จะทำให้เรื่องนั้นมารั้งชีวิตเราได้”   พูดเสร็จคนปรบมือ ไม่ใช่คำตอบที่เราคิดได้เอง แต่เป็นคำตอบที่พระเจ้าบอกให้เราพูดออกไปแบบนั้น พระเจ้าอยู่ด้วยจริงๆ
 
     สำหรับม่งแล้วเมื่อเผชิญกับปัญหาต้องตั้งสติไม่ใช้อารมณ์ผสมกับสิ่งที่เกิดขึ้น อธิษฐานก่อน และบอกกับพระเจ้าว่าตอนนี้เราอ่อนแอแค่ไหน ให้พระเจ้าทรงนำ และวางทุกปัญหาไว้กับพระองค์ ไม่มีปัญหาใดที่พระเจ้าจะทรงแก้ไม่ได้ อย่างเช่นปัญหา คือมีตัวแทนบางคนโจมตีบริษัทฯ ของเราว่าที่นี่ไม่เห็นดีเลย ที่โน่นดีกว่า โดยไปโพสในเฟสบุ๊ค ม่งก็จะถามพระเจ้าว่าจะให้แก้ปัญหานี้อย่างไรบ้าง พระเจ้าก็ให้ม่งได้เรียนรู้ว่า เราต้องเตรียมกฏเกณฑ์บางอย่างให้รัดกุมเพื่อที่จะไม่ให้คนที่คิดไม่ดีมาทำร้ายตัวแทนที่เหลืออยู่ของเราได้
 
     ตอนที่ม่งทำมานาสกินแคร์เราทำให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้น เรียนรู้ในการให้ เรียนรู้ในการรับ ได้รับคำขอบคุณ เป็นความรู้สึกที่ดีทางจิตใจ เราเป็นตัวอย่างของการให้ เป็นตัวอย่างให้คนเอาอย่าง ม่งอยากทำให้คนอื่นรู้ว่าชีวิตที่มีพระเจ้ามันดีแบบนี้นี่เอง มีบางคนที่เป็นตัวแทนก็มาเชื่อพระเจ้าและไปโบสถ์ ม่งหวังว่าจะมีคนไปโบสถ์มากขึ้นอีก อยากบอกให้เขารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยได้
 
พระวจนะของพระเจ้าที่ชอบ
 
     “จง​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​ยาห์​เวห์ เพราะ​พระ​องค์​ประเสริฐ เพราะ​ความ​รัก​มั่น​คง​ของ​พระ​องค์​ดำ​รง​เป็น​นิตย์”  สดุดี 107:1 
 
     “พระ​ยาห์​เวห์​ประ​เสริฐ ทรง​เป็น​ที่​กำ​บัง​แข็ง​แกร่ง​ใน​วัน​ยาก​ลำ​บาก พระ​องค์​เอา​พระทัย​ใส่​ผู้​ที่​เข้า​มา​ลี้​ภัย​อยู่​ใน​พระ​องค์” นาฮูม 1:7
 
     พระเจ้าทรงประเสริฐเลิศล้ำกว่ามนุษย์มากนัก เราวางใจในการทรงนำของพระองค์ได้แน่นอน
 
ท้ายที่สุด
 
     ม่งอยากบอกคนที่มีความฝันที่อยากทำบางสิ่งเพื่อตนเอง หรือเพื่อครอบครัว ทุกอย่างมันเป็นไปได้ ถ้าคุณพึ่งพาพระเจ้า พระเจ้าจะช่วยคนที่ทำเต็มที่ เพราะทุกสิ่งมาจากพระเจ้า จากหลายๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตม่ง โดยความสามารถของเราเองคงทำไม่ได้ แต่ม่งจะทำในส่วนของตัวเองอย่างเต็มที่ ความสำเร็จทุกอย่างมาจากพระเจ้า