Get Adobe Flash player

ทำไมประโยคเดียวถึงแปลได้ 2 แง่มุม

ถาม : คำแปลในพระธรรม สุภาษิตบทที่ 11 ข้อ 30 บรรทัดที่สองซึ่งมีเนื้อ ความว่าการฝ่าฝืนกฎหมายย่อมทำลายชีวิตนั้นดู จะไม่ถูกต้อง เพราะพระคัมภีร์อังกฤษแปลว่า “And he who is wise wins souls.’ (เขาผู้มีสติปัญญาย่อมนำวิญญาณ - ดูหมายเหตุท้ายบทความ)  และพระคัมภีร์ไทยฉบับแปลเก่า มีเนื้อความว่าและบุคคล ผู้มีปัญญาย่อมมีชัยแก่วิญญาณหลายดวงขอให้ทางสมาคมฯ ช่วยพิจารณาดูให้ดีด้วย
ตอบ : สำหรับ เรื่องที่เสนอมานั้น เราได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนทั้งจากสำเนาต้นฉบับฮีบรูและฉบับอังกฤษมาตรฐาน หลายฉบับ ประกอบกับได้ศึกษาจากหนังสือคู่มือพระธรรมสุภาษิตของสหสมาคมพระคริสตธรรม สากลด้วย จึงอยากจะเรียนให้ผู้อ่านทราบเป็นขั้นตอนดังนี้
เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
   เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์อย่างจริงจัง และอ่านเปรียบเทียบกันต่างฉบับ บางครั้งเราพบความแตกต่างมากบ้างน้อยบ้าง แต่เมื่อแตกต่างกันมากจริงๆ ก็ทำให้คิดว่าฉบับไหนถูกต้อง ฉบับไหนไม่ถูกต้อง แต่จะมีสักกี่คนที่คิดว่าทำไมจึงแปลต่างกัน? บางครั้งการแปล ต่างกันมาจาก 1. หลักการแปลที่ต่างกัน เช่น บางฉบับมีหลักค่อนข้างเคร่งครัดในการแปลตรงตัวอักษรยกตัวอย่าง Young’s Literal Translation, American Standard Version เป็นต้น แต่บางฉบับแปลแบบเอาความหมาย ยกตัวอย่าง Good News Bible, New Living Translation เป็นต้น 2. การยึดสำเนาต้นฉบับภาษาเดิมต่างกันใน การแปลพระคัมภีร์บางข้อ บางฉบับยึดฉบับฮีบรูเป็นหลัก บางฉบับยึดฉบับกรีกเป็นหลัก
เข้าเนื้อหา
   เมื่อสังเกตคำแปลแต่ละฉบับในสุภาษิตข้างต้น เราพบคำแปลแตกต่างกันมาก พระคัมภีร์ฉบับ 1971 ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปแปลในทางลบว่าการฝ่าฝันกฎหมายย่อมทำลายชีวิตส่วนฉบับ 1940 แปลในทางบวกว่าและบุคคลผู้มีปัญญาย่อมมีชัยแก่วิญญาณ หลายดวงและในฉบับ New American Standard Bible แปล ว่า “And he who is wise wins souls.’ และมีเชิงอรรถ (Footnote) ตรงคำ wins ว่าแปลตรงตัวอักษรว่า takes
และเมื่อเราสำรวจคำแปลตรงนี้ในพระคัมภีร์อังกฤษฉบับมาตรฐานหลายฉบับ เราพบว่ามีการแปลออกมาต่งากันสองแนวทาง คือ ทางบวก และทางลบ แต่ส่วนมากแปลในทางบวก ทำไมข้อนี้จึงแปลออกมาได้ทั้งทางบวกและทางลบ? นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เรากลับไปพิจารณาที่สำเนาต้นฉบับฮีบรูว่าสามารถ ให้คำตอบเราได้หรือไม่? อย่างไร?
   จากฉบับฮีบรู เราพบคำสามคำในสุภาษิตบท 11 ข้อ 30 บรรทัดที่สอง คือ เวอะโลเคอาค = และได้ (หรือเอา) เนอะฟาโชท = ชีวิตหลายชีวิต (หรือวิญญาณหลายดวงหรือคนหลายคน) คาคาม = (คน) มีปัญญา
    แม้เราจะได้ความหมายของทั้งสามคำแล้ว แต่เมื่อนำมาเข้าประโยค ก็ยังยากอยู่เพราะประโยคอาจออกมาในรูปแบบ
1. คนมีปัญญาย่อมได้คน (หลายคน) หรือ 2. คนมีปัญญาย่อมเอา ชีวิต (หลายชีวิต)
รูปแบบที่ 1 ความหมายไปในทางบวก
รูปแบบที่ 2 ความหมายไปในทางลบ
และคำถามต่อไปก็คือทั้งสองประโยคนั้นหมายความว่าอย่างไร
?
      ประโยครูปแบบที่ 1 อาจหมายความ ว่า ก. คนมีปัญญาย่อมสามารถชักนำคนมากมายให้เดินอยู่ในทางชอบธรรม คือทางของพระเจ้า ดังที่เขียนไว้ในดาเนียลบท 12 ข้อ 3 ว่าและ บรรดาคนที่ฉลาดจะส่องแสงเหมือนแสงฟ้า และบรรดาผู้ที่ได้ให้คนเป็นอันมากมาสู่ความชอบธรรมจะส่องแสงเหมือนอย่างดาว เป็นนิตย์นิรันดร์หรือ
ข. คนมีปัญญาย่อมได้คนมากมายมาเข้ากับตน ดังปฐมกาลบท
12 ข้อ 5 ว่าอับรามพา...บรรดาผู้คนที่ได้ไว้ที่เมืองฮา ราน...ในบริดาบรรดาผู้คนที่ได้ไว้อาจ หมายถึงทาสที่ซื้อไว้ หรือ คนที่ท่านชักชวนให้เชื่อพระยาห์เวห์ก็ได้ หนังสือคู่มือพระธรรมสุภาษิตของสหสมาคมฯ เสนอทางเลือกในการแปลอีกว่า “The wise person makes others want to come and stay with him.’ (คน มีปัญญาย่อมทำให้คนอื่นๆ อยากมาอยู่กับเขา)
      ประโยครูปแบบที่ 2 กริยาวลีเอาชีวิตสื่อความหมายในทางลบ วลีดังกล่าวปรากฏในเพลงสดุดีบท 31 ข้อ 13 ด้วย ว่า “...ขณะที่เขาปองร้ายชีวิตของข้าพระองค์” (แปล ตรงตัวได้ว่า “...ขณะที่เขาคิดเอาชีวิตของข้าพระองค์”) ส่วนคาคาม” (คนมีปัญญา) นั้น นักวิชาการบางคนเมื่ออ่านเปรียบเทียบกับฉบับกรีกและฉบับซีเรียแล้วเห็นว่า ที่ถูกต้องคือคามาสที่แปลว่าความ รุนแรง” (violence)  ดังนั้น ฉบับ New Revised Standard Version จึงแปลว่า “but violence takes lives away” (แต่ ความรุนแรงคร่าชีวิต) และมีเชิงอรรถตรง violence ว่าคำฮีบรู คือ a wise man (คนมีปัญญา)
สำหรับคำแปลของฉบับ 1971 ว่าการฝ่าฝืน กฎหมายย่อมทำลายชีวิตนั้นเข้าใจว่าแปลตามฉบับ Revised Standard Version ว่า “but lawlessness takes away lives” ซึ่งมีเชิงอรรถอธิบายว่านักวิชาการได้แก้ไขคำฮีบรูที่แปลว่า a wise man (คนมีปัญญา) เป็น lawlessness (การฝ่าฝืน กฎหมาย) โดยเปรียบเทียบกับฉบับกรีกและซีเรีย
    ดังนั้นเราพบว่าไม่ว่าคำแปลจะไปในทางบวกหรือทางลบ เนื้อความก็เข้าได้กับบรรทัดแรกของข้อนี้ที่เป็นความคู่ขนานกัน คือ เป็นความคู่ขนานแบบคล้อยตามกันหากความหมายของบรรทัดที่สองเป็นไปในทางบวก หรือเป็นความคู่ขนานแบบค้านกันหากความหมายของบรรทัดที่สองเป็นไปในทางลบ
สำหรับข้าพเจ้า คำแปลในสุภาษิตบท 11 ข้อ 30 บรรทัด ที่สอง น่าจะเป็นและคนฉลาดย่อมได้คนหลายคน
หมายเหตุ
    วลี
wins souls เป็นคำที่นักประกาศข่าวประเสริฐคุ้นเคย เพราะหมายถึงนำวิญญาณกล่าวคือชักนำคนให้มา รู้จักพระเจ้าและได้รับความรอดจากพระองค์ นี่ทำให้คิดถึงคำตรัสของพระเยซูกับเปโตรในลูกาบท 5 ข้อ 10 ว่าอย่ากลัวเลย ตั้งแต่นี้ไปท่านจะเป็นผู้จับคนแต่หากแปลตรงๆ ก็แปลว่าชนะวิญญาณซึ่ง ก็จะไปตรงกับพระคัมภีร์ไทยฉบับ 1940 แต่ก็ต้องถามต่อไปว่าหมาย ความว่าอย่างไร? หมายความว่าชนะต่อวิญญาณร้ายหรือ? ไม่ เป็นอย่างนั้นเลย คำกริยา win ในภาษาอังกฤษแปลได้อีกว่า ได้มาโดยความพยายาม ดังนั้น วลี “wins souls” จึงอาจแปลได้ว่าได้วิญญาณโดยความพยายามนี่ก็เช่นกันต้องถามอีกว่า หมายความว่าอย่างไร? จะหมายถึงได้จิตวิญญาณที่หลงหายกลับมาโดย ความเพียรพยายามของเราหรืออย่างไร? จริงๆ แล้วคงต้องถามว่าผู้เขียนพระธรรมสุภาษิตใช้วลีนี้ในความหมายว่าอะไร?