Get Adobe Flash player

ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอเชิญท่านร่วมพันธกิจกับเราในการ มอบ “พระคัมภีร์สำหรับครอบครัว”ให้แก่ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศไทยแห่งละ 1 เล่ม  อ่านเพิ่มเติม


 

สินค้าออกใหม่

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ไทย- อังกฤษ

 - ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน (THSV)
- ภาษาอังกฤษ ฉบับ English Standard Version (ESV) พิมพ์สองสี แยกส่วน ไทย -อังกฤษ  สั่งซื้อคลิก


 
 
 

สินค้าโปรโมชั่น

พระคัมภีร์ รุ่นวิถีจัดการทางด้านการเงิน

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน2011 รุ่นวิถีจัดการทางด้านทางการเงิน มีไฮไลท์ข้อพระคัมภีร์เป็นแถบสีเขียว เกี่ยวกับทางด้านการเงิน การงาน การถวาย การดูแลทรัพย์สิน จำนวน 2,000 กว่าข้อ พร้อมบทเรียน 40 วัน สั่งซื้อคลิก


 
 
 

ผลคะแนนซูเปอร์จิ๋ว

 

แอพพลิเคชั่นพระคัมภีร์

 

Thai testimonies

Follow Me

 

 

 

 
 
  • App.png
  • linest.png
  • newline.png
  • newline3.png
  • tbsbible.png
  • the-Word.png

ทำไมพระเยซูจึงไม่ทรงอนุญาตให้อัครทูตนำอะไรติดตัวไประหว่างเดินทางแพร่ธรรม เว้นแต่รองเท้ากับไม้เท้า?

ถาม จากพระธรรมมาระโก 6:7-13 เมื่อพระเยซูทรงส่งอัครทูตสิบสองคนออกไปแพร่ธรรม ทำไมจึงไม่ทรงให้พวกเขานำอาหาร ย่าม เงิน หรือ เสื้อสองตัวติดตัวไปด้วย เว้นแต่รองเท้าและไม้เท้าเท่านั้น? นอกจากนี้สิ่งของแต่ละอย่างนั้น มีความหมายพิเศษอะไรแฝงอยู่สำหรับสาวกหรือไม่? อย่างไร? อนึ่ง ปกติพระเยซูทรงสอนให้สาวกเตรียมพร้อม แต่ทำไมตรงนี้จึงไม่ทรงอนุญาตให้สาวกจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นในการเดินทาง? และหากไม้เท้าหักหรือเสียไป อัครทูตจะทำอย่างไรดี เพราะเงินก็ไม่มี?

ตอบ เพื่อความชัดเจน ก็ขอสรุปรวบและแจกแจงคำถามข้างต้นดังนี้คือ
1. ทำไมพระเยซูไม่ทรงอนุญาตให้อัครทูตนำสิ่งจำเป็นต่อการเดินทางไปด้วยได้แก่ อาหาร ย่าม เงิน เสื้อสองตัว เว้นแต่รองเท้าและไม้เท้า ทั้งๆ ที่ปกติพระองค์จะสอนให้สาวกเตรียมตัวให้พร้อม?
2. สิ่งของแต่ละอย่างที่ใช้ระหว่างทางนั้นสื่อความหมายพิเศษอะไรแก่พวกสาวกหรือไม่? อย่างไร?
ดังนั้นขอตอบว่า สิ่งของเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรซ่อนอยู่เพื่อให้เราค้นหา ทั้งนี้เนื่องจากเรื่องราวนี้มิใช่อุปมาหรือคำพยากรณ์ แต่เป็นเหตุการณ์จริง ดังนั้นจะตีความสิ่งของเหล่านั้น อาทิเช่น ไม้เท้าเป็นอย่างอื่น ย่อมไม่ได้ แต่หากพยายามจะตีความก็จะผิดได้เพราะบริบทไม่ได้บีบรัดความหมายให้เป็นอย่าง อื่น ผู้เขียนพระกิตติคุณไม่ว่าจะเป็นท่านมัทธิว ท่านมาระโก หรือ ท่านลูกามิได้มีวัตถุประสงค์อื่นเมื่อบันทึกเรื่องราวนี้นอกจากจะนำเสนอให้ ผู้อ่านทราบเกี่ยวกับพันธกิจที่พระเยซูทรงมอบหมายแก่อัครทูตพร้อมกับแนวทาง ปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ฉะนั้นเราจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อจะไม่เข้าใจความหมายของพระคัมภีร์ ผิดไปจากจุดประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้า

สำหรับคำถามแรกนั้น หากจะให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ก็ต้องอ่านเรื่องราวเดียวกันกับที่ท่านมาระโก บันทึกนี้จากพระธรรมมัทธิวและพระธรรมลูกาด้วยนักวิชาการพระคัมภีร์เรียกพระ ธรรมมัทธิว พระธรรมมาระโก และพระธรรมลูกาว่า พระกิตติคุณ (หรือ พระวรสาร) สัมพันธ์ (หรือ พ้องกัน) ทั้งนี้เพราะทั้งสามท่านได้บันทึกเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ที่พ้องกัน คือ บันทึกเหตุการณ์เดียวกันด้วยสำนวนและจุดเน้นต่างกัน ยกตัวอย่างเรื่องพันธกิจของอัครทูตสิบสองคน ก็มีบันทึกใน มัทธิว 10:5-15, มาระโก 6:7-13 และ ลูกา 9:1-6 แต่เมื่ออ่านพระธรรมทั้งสามตอนประกอบกันก็ทำให้เรามีคำถามเพิ่มขึ้นจากที่มี อยู่แล้ว กล่าวคือ พระธรรมมัทธิวและลูการะบุว่า พระเยซูตรัสสั่งมิให้อัครทูตนำสิ่งใดไปใช้ระหว่างทาง รวมทั้งรองเท้าและไม้เท้า (มัทธิว 10:9-10,ลูกา 9:3) ขณะที่พระธรรมมาระโกบันทึกว่า "พระองค์ตรัสกำชับพวกเขาไม่ให้เอาอะไรไปใช้ตามทาง เว้นแต่ไม้เท้า ไม่ให้เอาอาหาร หรือ กระเป๋า หรือ เงินใส่เข็มขัดไป แต่ให้สวมรองเท้า และไม่ให้สวมเสื้อสองตัว" (มาระโก 6:8-9) นั่นหมายความว่า พระเยซูทรงอนุญาตให้อัครทูตนำไม้เท้าและสวมรองเท้าได้ เมื่อเป็นอย่างนั้นความจริงคืออะไร? เราจะเชื่อใครดี? จะเชื่อท่านมัทธิวกับท่านลูกา? หรือ จะเชื่อท่านมาระโก?
ก่อนจะตอบคำถามดังกล่าว ก็อยากให้เราเข้าใจระบบการสร้างสาวกของพระเยซูที่พบในพระธรรมมาระโกเสียก่อน คือ
1. พระเยซูทรงเลือกสาวกสิบสองคนเพื่อจะให้พวกเขาประกาศแผ่นดินของพระเจ้าและรักษาประชาชน แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือ พวกเขาต้องอยู่กับพระองค์ (มาระโก 3:13-19) กินนอนกับพระองค์ ไปกับพระองค์ เฝ้าสังเกตดูการกระทำ และสำเหนียกฟังถ้อยคำของพระองค์อย่างถ้วนถี่
2. หลังจากเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง พระเยซูทรงส่งอัครทูตสิบสองคนออกไปทำงานเป็นคู่ๆ โดยทรงมอบสิทธิอำนาจในการขับผีแก่พวกเขา พร้อมกับคำสั่งเกี่ยวกับการเตรียมตัว และแนวทางการปฏิบัติงาน (มาระโก 6:7-13)

3. เมื่อทำงานเสร็จแล้ว พวกอัครทูตสิบสองคนก็กลับมาทูลรายงานผลแก่พระเยซู และพระองค์ทรงให้พวกเขาหาที่พักสงบสักระยะเวลาหนึ่ง (มาระโก 6:30-32)
มาถึงตรงนี้ ก็ขอย้อนกลับไปตอบคำถามว่า พระเยซูทรงสั่งสาวกเกี่ยวกับการเตรียมตัวเดินทางแพร่ธรรมอย่างไร? ก็อย่างที่พรรณนามาข้างต้น เราพบคำสั่งในมาระโก 6:8, 9 ต่างจากใน มัทธิว 10:10 และ ลูกา 9:3 คำตอบคำถามนี้อยู่ในคำอธิบายพระธรรมมาระโก 6:8 ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ฉบับศึกษาของ

สมา คมพระคริสตธรรมไทย ความว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ มัทธิว 10:10 ("อย่าเอากระเป๋า หรือเสื้อสองตัว หรือรองเท้าอีกคู่ หรือไม้เท้า เพราะว่าคนที่ทำงานก็สมควรจะได้อาหารกิน") ดูเหมือนว่า มาระโกบันทึกเรื่องไม้เท้าและรองเท้าแตกต่างจากมัทธิว เพราะมาระโกบันทึกทำนองว่า ให้เอาไม้เท้าและรองเท้าไปได้ แต่มัทธิวบันทึกว่าไม่ต้องเอาไป อาจเป็นได้ว่า มัทธิวไม่ได้ห้ามเอา 2 สิ่งนี้ไป เพียงแต่บันทึกว่า ไม่ต้องเอาสิ่งเหล่านี้สำรองไปอีกชุดหนึ่ง อนึ่งเราพบคำอธิบายเกี่ยวกับ เสื้อสองตัว ในลูกา 9:3 ว่า โดยปกติคนที่ต้องค้างคืนในที่โล่งแจ้งมักจะใส่เสื้อชั้นในสองตัว แต่พระเยซูให้เอาไปเพียงตัวเดียว ไม่ต้องมีเสื้อสำรอง และทำไมจึงทรงสั่งเช่นนั้น? คำตอบก็อยู่ในคำอธิบายพระธรรมมัทธิว 10:10 และ พระธรรมลูกา 9:3 ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ใหม่ฉบับศึกษา ซึ่งพอจะสรุปใจความได้คือ การที่พระเยซูทรงสั่งไม่ให้พวกสาวกเตรียมของไปใช้ระหว่างทาง ก็เพื่อสอนให้พวกสาวกรู้ว่า พระเจ้าจะเป็นผู้ประทานทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันแก่พวกเขา เมื่อพวกเขาทำงานรับใช้พระองค์ และในความเป็นจริง พวกสาวกก็ไม่ได้ขาดแคลนสิ่งจำเป็นใด แม้ไม่ได้จัดเตรียมไป พระธรรมลูกา 22:35 บันทึกว่า พระ องค์ จึง ตรัส ถาม พวก สาวกว่า "เมื่อ เรา ใช้ พวก ท่าน ออกไป โดย ไม่ มี ถุง เงิน หรือ ย่าม หรือ รองเท้า นั้น ท่าน ขาด อะไรบ้าง ไหม?" พวก เขา ทูล ตอบ ว่า "ไม่ ขาดเลย" เราจึงเห็นว่าผู้ที่ตั้งใจรับใช้พระเจ้าไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องการกินการ อยู่เพราะพระเจ้าจะทรงดูแลเขาอย่างดีแน่นอน
ดังนั้น พระคัมภีร์ฉบับศึกษาก็เป็นประโยชน์มากในการศึกษาหาความเข้าใจในพระดำรัสของพระเจ้า

สมัครแข่งขันพระคัมภีร์

 

คริสตสายสัมพันธ์

 

 
 

การแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

เมนูพระคัมภีร์

 

พระเยซูทรงบังเกิดภาษามือไทย

เสียงอ่านพระคัมภีร์