Get Adobe Flash player

ทำไมฮามาน จึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง?

 
คำถาม ทำไมฮามานจึงอาฆาตแค้นโมรเดคัยอย่างรุนแรง?
 
คำตอบ พระธรรมเอสเธอร์เป็นหนังสือเล่มสุดท้ายในหมวดประวัติศาสตร์สมัยอาณาจักรเปอร์เซีย เป็นหนังสือที่น่าสนใจ ผู้เขียนมีวิธีการเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง แม้เนื้อหาของพระธรรมเล่มนี้จะไม่มีการกล่าวอ้างพระนามพระเจ้าแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีการกล่าวถึงธรรมเนียมปฏิบัติในศาสนายิว เช่น การนมัสการ การอธิษฐาน หรือการถวายเครื่องบูชา แต่ผู้เขียนมีการกล่าวถึงการอดอาหารของโมรเดคัย และการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ากระสอบ ในเวลาที่โมรเดคัยได้ยินคำกฤษฎีกาของฮามาน ในเรื่องการอดอาหารนี้ ต้องเข้าใจว่ามักเกิดควบคู่ไปกับการสารภาพบาป การใคร่ครวญในพระวจนะของพระเจ้าและการอธิษฐาน ยิ่งกว่านั้นเมื่อพระนางเอสเธอร์เตรียมตัวเข้าพบพระราชาเซอร์ซีส (หรือ อาหสุเอรัส) เพื่อขอความกรุณาต่อคนยิว พระนางได้ขอให้คนยิวอดอาหารเพื่อพระนางถึงสามวัน ทั้งนี้ผู้อ่านต้องเข้าใจว่า การเข้าพบกษัตริย์ในเวลานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าพระนางเอสเธอร์จะเป็นหนึ่งในมเหสีก็ตาม เพราะหากไม่ได้รับอนุญาตก่อน หรือหากกษัตริย์ไม่ทรงเรียกให้เข้าพบ การเข้าพบพระองค์ก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้ พระนางเอสเธอร์ต้องใช้ความกล้าหาญมากในการขอเข้าพบกษัตริย์ พระนางจึงต้องการพลังอธิษฐานจากพวกคนยิวด้วย นอกจากนี้ผู้อ่านยังพบกับเรื่องราวของเทศกาลปูริม ซึ่งคนยิวในปัจจุบันยังถือปฏิบัติเทศกาลนี้อยู่ในศาลาธรรมของพวกเขา
 
     ผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์ จึงมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้อ่านทราบว่า พวกยิวนั้นได้รับการช่วยกู้จากพระเจ้า ก็เพราะพระเจ้าทรงควบคุมอยู่เหนือบรรดาเหตุการณ์เหล่านี้ แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ได้กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าก็ตาม มีหลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเหตุบังเอิญ แต่แท้จริงแล้วมันยิ่งกว่าบังเอิญ นั่นคือ พระเจ้าทรงควบคุมทุกเหตุการณ์ แม้เราที่เป็นมนุษย์จะไม่ได้ตระหนักว่าพระองค์ทรงควบคุมอยู่ก็ตาม พระธรรมเอสเธอร์จึงให้บทเรียนสำคัญคือ ไม่ว่าเราจะอยู่ในชุมชนใด พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทรงควบคุมอยู่เหนือชีวิตเราทั้งหลายในทุกสถานการณ์ ในทุกที่ที่เราอยู่ พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งคนของพระองค์
 
แค้นนี้ต้องชำระ อิสราเอลกับคนอามาเลข 
 
     หัวข้อหนึ่งที่ผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์ได้วางไว้อย่างน่าสนใจ คือการล้างผลาญกันระหว่างพวกอิสราเอลกับคนอามาเลข คนอิสราเอลนั้นต้องทำสงครามต่อสู้คนอามาเลขหลังจากที่เดินทางออกจากอียิปต์เพื่อตรงเข้าแผ่นดินแห่งคำทรงสัญญา (อพยพ 17:8-16) หลังจากการต่อสู้ในครั้งนั้น โมเสสเองได้พยากรณ์ไว้ว่า 
 
     “...พระองค์จะทรงกระทำสงครามกับอามาเลขต่อไปทุกชั่วชาติพันธุ์” (ดูเทียบ เอสเธอร์ 7:6) 
 
     ในสมัยของผู้วินิจฉัย พระเจ้าทรงใช้กิเดโอนต่อสู้กับคนอามาเลข เมื่อพวกเขาได้ร่วมกับคนมีเดียนเข้าต่อสู้กับอิสราเอล (ผู้วินิจฉัย 7) และต่อมา พระเจ้าทรงบัญชาให้กษัตริย์ซาอูลโจมตีคนอามาเลข และกษัตริย์ซาอูลทรงเอาชนะคนอามาเลขและจับตัวอากักกษัตริย์ของคนอามาเลขได้ (แม้ภายหลังซามูเอลจะเป็นผู้จัดการกับเรื่องนี้ต่อโดยเป็นผู้สังหารกษัตริย์อากักก็ตาม) (1 ซามูเอล 15) 
 
     เมื่อผู้เขียนพระธรรมเอสเธอร์แนะนำบุคคลสำคัญของเรื่องคือโมรเดคัยและ  ฮามาน ผู้อ่านจะสังเกตพบข้อมูลเล็กๆ ที่น่าสนใจคือ ในเอสเธอร์ 2:5 ผู้เขียนแนะนำโมรเดคัยว่า “ยังมียิวคนหนึ่งในสุสาเมืองป้อม ชื่อโมรเดคัยบุตรยาอีร์ ผู้เป็นบุตรชิเมอี ผู้เป็นบุตรคีช คนเบนยามิน” คำแนะนำนี้ทำให้ผู้อ่านทราบว่า โมรเดคัยเป็นลูกหลานของชิเมอี ผู้เป็นบุตรของคีช ซึ่งเป็นคนในตระกูลเดียวกับกษัตริย์ซาอูล! (1 ซามูเอล 9:1) ในเอสเธอร์ 2:6 ได้แนะนำว่า คีช “คือคีช ผู้​ถูก​เนบู​คัด- ​เนสซาร์​กษัตริย์​บาบิ​โลน​กวาด​ต้อน​จาก​เย​รู​ซา​เล็ม​ไป​พร้อม​กับ​เชลย​และเย​โค​นิ​ยาห์​กษัตริย์​ยู​ดาห์” ดังนั้นจึงไม่น่าจะหมายถึง คีช ผู้เป็นบิดาของกษัตริย์ซาอูล อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนมาจากตระกูลหรือเผ่าเดียวกัน คือ เผ่าเบนยามิน
 
     นอกจากนี้ผู้เขียนได้แนะนำฮามานว่า “ฮามาน บุตรเมดาธา คนอากัก” (เอสเธอร์ 3:1) นั่นคือฮามานเป็นลูกหลานของอากักกษัตริย์ของคนอามาเลขนั่นเอง ข้อมูลเล็กๆ ทั้งสองแห่งนี้ทำให้เราที่เป็นผู้อ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมฮามานจึงได้เกลียดโมรเดคัยและคนยิวมาก แท้จริงแล้วความเกลียดชังนี้มีรากฝังลึกมาแต่ครั้งโบราณกาลนั่นเอง (ดูเพิ่ม 1 ซามูเอล 15 โดยเฉพาะข้อ 32-33)  
 
     การเข้าใจเบื้องหลังว่าใครมาจากตระกูลไหนและเรื่องราวในอดีตส่งผลมาถึงปัจจุบันอย่างไร ความรู้เหล่านี้ช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่านให้กับเราได้ หวังว่าข้อมูลเล็กๆ เหล่านี้จะทำให้เรายิ่งอยากค้นคว้า ยิ่งอยากศึกษาพระวจนะของพระเจ้ามากขึ้น ผู้อ่านสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากการอ่านคู่มืออรรถาธิบายพระคัมภีร์ หรือศัพทานุกรมพระคัมภีร์ หรือพระคัมภีร์ฉบับศึกษาของสมาคมพระคริสตธรรมไทย เป็นต้น 
 
     ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านพระวจนะมากขึ้นทุกวัน