Get Adobe Flash player

ผลคะแนนซูเปอร์จิ๋ว

 

แอพพลิเคชั่นพระคัมภีร์

 

Thai testimonies

Follow Me

 

 

 

 
 

ถามหาความดีบนชีวิตจริง

ในงานสมัชชาคุณธรรมครั้งที่ 5 ที่เมืองทองธานี ในห้องที่ 4 ที่เครือข่ายศาสนา 1 ใน 6 เครือข่าย ซึ่งในวันนี้จะต้องสรุปรวบรวมความคิดจากตัวแทนประชาชนที่เข้ามาร่วมฟังและลง มติ สำหรับวิสัยทัศน์ แผนงาน โครงการและปฏิญญาที่ว่าด้วยความซื่อตรงโปร่งใส ให้เป็นวาระแห่งชาติในการร่วมขับเคลื่อนกันต่อไป ในเวทีระดับชาติ ผมนั่งอยู่บนเวที พร้อมกับตัวแทนผู้นำศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม และอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ผมนึกถึงคำถามของพระภิกษุรูปหนึ่ง และนึกถึงคำตอบของตัวเอง ที่บอร์ดนิทรรศการของศาสนาคริสต์ที่เรานำไปจัดแสดง เรายืนอยู่หน้ารูปบุญราศีคุณแม่เทเรซาด้วยกัน พระภิกษุรูปนั้นถามผมว่า “คนที่ทำความดีจริงๆ แล้วก็มีมากมาย แต่ทำไมเราถึงต้องยกย่องเฉพาะแม่ชีเทเรซา” ผมเห็นด้วยกับคำถาม แต่เป็นคำถามที่หลายๆ ครั้งผมเองไม่เคยฉุกคิด ในวันนั้นผมตอบพระภิกษุรูปนั้นไปว่า ผมคิดว่าเบื้องต้นเลยคุณแม่เทเรซา ท่านคงไม่ได้คิดว่าท่านจะมีชื่อเสียง คือหมายความว่าความดีที่ทำนั้น ก็เพราะมีความเชื่อศรัทธาในพระเป็นเจ้า จึงอุทิศตนมาดำรงตนเป็นนักบวชหญิงในคณะหนึ่ง ที่ช่วยเหลือและดูแลคนยากจน และเมื่อท่านทำงาน ความยากลำบากของเนื้องาน คงจะสอนท่านเรื่องความอดทน อุปสรรคที่ท่านผ่านพ้นแต่ละเรื่อง แต่ละวัน แต่ละเหตุการณ์คงไม่ง่าย คงมีช่วงเวลาบางช่วงที่ท่านเหนื่อยล้าและท้อถอย ดังนั้นผมคิดว่า ท่านคงไม่ต้องการชื่อเสียงท่านทำความดีเพราะท่านเชื่อมั่นในความดี และท่านมีรากฐานความคิดมาจากศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ที่ท่านเชื่อในคำสอนขององค์พระเยซูเจ้า ผมไม่คิดว่าจะเป็นคำตอบที่ดีหรือเปล่า เพราะอาจจะยังไม่สามารถทำให้ความรู้สึกที่ว่า คนอีกมากมายก็ทำแบบนี้เหมือนกันมิใช่หรือ? กระจ่างเท่าใดนัก
  ผมว่าความต่างของศาสนาคือความเชื่อ ถ้าเรื่องทุกเรื่องอธิบายได้ ผมว่าไม่ใช่ศาสนา อาจจะเป็นศาสตร์อะไรสักอย่าง ความเชื่อที่ผมว่านี้หมายถึง กระบวนการทางพระศาสนจักรที่แต่งตั้งบางคนเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ บุญราศี หรือนักบุญ การที่พระโปรดให้มีคนบางคนเป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียงในคุณธรรมความดี อาจจะเป็นโอกาสให้คนอื่นๆ ได้ตระหนักว่า ชีวิตแบบนี้มีอยู่จริง เป็นไปได้ และมันทำให้หลายคนทึ่งในคุณค่าของความดี ทึ่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องร่วมกันสรรค์สร้างความดีด้วย
   พระภิกษุนั้นยังถามผมอีกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมตัวคนที่จะมาเป็นศาสนบริกร (ซึ่งทางผู้ถามเรียกว่า สังฆทายาท...ผู้เขียน) ยังถามเรื่องข่าวต่างๆเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นทางฝั่งยุโรปกับประเด็นเปรียบเทียบว่า ทำไมของทางเราที่มีปัญหาเหมือนกันกลับดูเงียบเชียบ ในขณะที่ฝั่งท่านมีปัญหาสื่อพร้อมเกาะติดสถานการณ์ ฯลฯ ผมคิดว่าการเดินข้ามฝั่งความเชื่อมาพูดคุยกันบ้าง ช่างทำให้มุมมองที่สะท้อนกลับมายังตัวตน และความเชื่อของเรา
   หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเราคงได้ฟังพระคัมภีร์เรื่องเมืองสวรรค์กันเยอะ หนทางไปสู่สวรรค์ที่พระเยซูเล่าไว้ในพระคัมภีร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมบัติที่ซ่อนไว้ ไข่มุกเม็ดงาม ที่ผู้คนพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อแลกกับสิ่งเดียว และแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ (หรือบางคนเรียกแม่พระอัสสัมชัญ...ผู้เขียน) ที่เราทำการฉลองกันในเดือนนี้ ล้วนแล้วบ่งบอกและชี้ชวนให้เราระลึกถึงบ้านแท้เมืองสวรรค์ เป้าหมายชัดเจน แต่ระยะทางที่เดินไปนี่สิใครจะอ่อนล้า และละทิ้งเส้นทางไปก่อนกัน หรือหนทางสบายอาจจะทำให้เราหลงเพลิดเพลินและเดินทางผิด  ผมคิดว่าทุกวันยังเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้ และทุกวันนี่เองแหละที่สอนบทเรียนผิด-ถูก ในห้องแลกเปลี่ยนความคิดที่ 4 ของเครือข่ายศาสนา ดูแล้วไม่คึกคักเท่าไหร่ ในแง่จำนวน (ผมกะอยู่แล้ว เพราะเรื่องศาสนาอาจจะดูไม่น่าสนใจเท่าห้องเครือข่ายอื่นๆเช่น นักธุรกิจ สื่อมวลชน ข้าราชการ ฯลฯ) และเมื่อมีการระดมความคิดก็มีทั้งประเด็นที่เพิ่มเติม ให้ข้อคิด และแอบขัดแย้งหรือโทษกันไปโทษกันมาบ้าง สังคมจึงมีทั้งคนที่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไร กับคนที่พยายามจะบอกว่าคนอื่นควรทำอย่างไร ผมเห็นสิ่งเหล่านี้มาพอสมควร เข้าใจธรรมชาติของกระบวนการ ข้อจำกัด และสิ่งที่จะตามมา ความตั้งใจดีทั้งสิ้นที่วางร่วมกันอาจจะทำให้เราเห็นความหวังของสังคมที่ดีขึ้น
  ผมไม่รู้ว่าวันที่แม่พระตัดสินใจรับเป็นมารดาของพระเยซูเจ้า หรือคุณแม่เทเรซาตัดสินใจจะดำเนินชีวิตถวายทั้งครบแด่พระเป็นเจ้าในการเป็นนักบวช มันมีสิ่งท้าทายแค่ไหน แต่นั้นคงน้อยกว่ามากกับหลังจากวันที่ตัดสินใจ วันแห่งชีวิตจริง วันที่ชีวิตต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง

สมัครแข่งขันพระคัมภีร์

 

คริสตสายสัมพันธ์

 

 
 
 

การแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

เมนูพระคัมภีร์

 

พระเยซูทรงบังเกิดภาษามือไทย

เสียงอ่านพระคัมภีร์