Get Adobe Flash player

ข่าวประชาสัมพันธ์

สมาคมพระคริสตธรรมไทย ขอเชิญท่านร่วมพันธกิจกับเราในการ มอบ “พระคัมภีร์สำหรับครอบครัว”ให้แก่ห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศไทยแห่งละ 1 เล่ม  อ่านเพิ่มเติม


 

สินค้าออกใหม่

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ไทย- อังกฤษ

 - ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน (THSV)
- ภาษาอังกฤษ ฉบับ English Standard Version (ESV) พิมพ์สองสี แยกส่วน ไทย -อังกฤษ  สั่งซื้อคลิก


 
 
 

สินค้าโปรโมชั่น

พระคัมภีร์ รุ่นวิถีจัดการทางด้านการเงิน

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน2011 รุ่นวิถีจัดการทางด้านทางการเงิน มีไฮไลท์ข้อพระคัมภีร์เป็นแถบสีเขียว เกี่ยวกับทางด้านการเงิน การงาน การถวาย การดูแลทรัพย์สิน จำนวน 2,000 กว่าข้อ พร้อมบทเรียน 40 วัน สั่งซื้อคลิก


 
 
 

ผลคะแนนซูเปอร์จิ๋ว

 

แอพพลิเคชั่นพระคัมภีร์

 

Thai testimonies

Follow Me

 

 

 

 
 
  • App.png
  • linest.png
  • newline.png
  • newline3.png
  • tbsbible.png
  • the-Word.png

คุณเชื่ออะไรกันล่ะครับ

 “คนเราเชื่ออะไร ก็ดำเนินชีวิตในแบบนั้น” ผมเกริ่นให้กับกลุ่มนักเรียนคำสอนผู้ใหญ่ของอาสนวิหารอัสสัมชัญ ในวันนั้นมีคนนั่งฟังอยู่สัก 20 คนขึ้นไป ผมห่างหายไปกับบรรยากาศแบบนี้นานแล้วพอดีมีการมอบหมายและไม่ลงตัว ผมเองเป็นคุณพ่อท่านหนึ่งที่อยู่ช่วยงานที่นั่น มีอะไรก็พร้อมช่วยกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เช้าวันนั้นผู้รับผิดชอบบอกกับผมว่า ถึงบทที่ 8 จากหนังสือก้าวไปด้วยกันแล้วคุณครูมาจากภาพยนตร์ซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Class of the Queen” ซึ่งผมขอแปลเป็นชื่อไทยให้เข้ากับเรื่องราว คือ “ชั้นนางพญา” ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของคุณครูที่เด็ก ๆ พากันเรียกเธอว่าแม่มด เพราะเธอมาแบบเคร่งขรึม ดุ ไม่ตามใจ มีเหตุผล แต่ก็ชวนให้สงสัยว่าเหตุผลมาจากความรัก ความชัง หรืออคติอะไรบางอย่าง เธอเปลี่ยนขนบปฏิบัติมากมาย แต่ก็มีคำอธิบายเสมอใน ทุก ๆ
   การตัดสินใจ หน้าห้องเธอคือครูที่เคร่งครัด เจ้าระเบียบ ไม่ตามใจเด็ก เวลาปกติเธอดูเย็นชาแต่เธอล่วงรู้พฤติกรรมของเด็กเหมือนมีญาณทิพย์แน่นอนชื่อเสียงที่ออกไปย่อมมีทั้งด้านดีและลบ แต่เมื่อเธอได้นั่งอยู่ต่อหน้าผู้ปกครอง ทุกคนชื่นชมเธอเพราะเธอรู้จักเด็กทุกคนได้อย่างดี หรือในวันเวลาที่หน้าสิ่วหน้าขวาน เธอปกป้องเด็กของเธอ ผมยังดูไม่จบ แต่บางเรื่องราวเธอเอาชีวิตเข้าเดิมพัน มีตัวละครน่ารักเป็นเด็กนักเรียนประถมชั้นสุดท้ายของโรงเรียน เด็กเหล่านี้กำลังจะจบ ต้องไปแข่งขันกันอีกในระบบการศึกษาในอนาคต และในความคาดคอยของผู้ปกครอง คุณครูคงเห็นว่าชีวิตจริงรออยู่ บางทีครูอยากจะมอบบทเรียนให้กับเด็ก ๆ เรื่องราวเข้มจนข้น กับเด็กที่เชื่อมั่นในมิตรภาพ หรือเด็กเก่งที่ไม่สนใจเพื่อนรอบข้าง เด็กครอบครัวร่ำรวยที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ไม่ใช่ เด็กที่เพื่อนๆ ไม่เอาเพราะขาดซึ่งทุกคุณสมบัติ แต่มีพรสวรรค์พิเศษคือการเขียนการ์ตูนได้สวยงามเด็กผู้ชายดูบ้า ๆ บอ ๆ แต่ซ่อนปมการเป็นเด็กกำพร้าที่แม่เสียตั้งแต่ยังเด็ก ดูเหมือนชีวิตจะสอนให้แข็งแกร่งแต่กลับมีตุ๊กตาซูเปอร์ฮีโร่ไว้ข้างกายคอยบอกเล่าทุกอย่างที่พูดกับใครไม่ได้เพื่อเติมเต็มส่วนที่หายไป ผมชอบที่เรื่องนี้สอนให้เราต้องหันมามองระบบวิธีคิด ความเชื่อเรื่องการศึกษา และความเชื่อเรื่องชีวิตที่ประสบความสำเร็จ เรียกว่าถ้าประเทศไทยมีซีรีส์เรื่องฮอร์โมนเพื่อให้เรารับรู้สภาพวัยรุ่นในปัจจุบัน ห้องเรียนนางพญาเรื่องนี้ก็ฉายภาพความจริงของระบบการศึกษาอย่างเปิดโปง และตีแสกหน้าให้เราต้องทบทวน แทบจะทุกมุม แม้กระทั่งฉากเล็ก ๆ“เนื่องจากว่ามีพวกเธอบางคนเข้าเรียนช้าไปสองนาที ครูจะสอนพวกเธอต่อไปอีก 2 นาที” สิ้นคำประกาศ เสียงเด็กนักเรียนโวยวายดังขึ้นในมุมนั้นมุมนี้ทั่วห้อง คุณครูบอกให้เด็กเงียบและอธิบายว่า “เธอน่าจะรู้สึกว่าเธอกำลังรักษาสิทธิ์ของเธอมากกว่านะ เธอเข้าเรียนช้าเธอน่าจะรู้สึกขาดทุน พวกเธอไม่รู้สึกโดนโกงสิทธิ์ว่าสอนช้า ไม่ตรงเวลากลับรู้สึกอยากโวยวายเสียด้วยซ้ำถ้าสอนพวกเธอเกินกว่าเวลากำหนด “ครูทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น และบอกต่อไปว่า “เอาล่ะ เอาหนังสือขึ้นมาได้”ในห้องคำสอนผู้ใหญ่วันนั้น ผมบอกกับผู้เรียนว่า “คนเราเชื่ออะไร ก็ดำเนินชีวิตแบบนั้น” ผมเปิดต่อด้วยคำถามว่า คุณเชื่อว่าชีวิตลิขิตไว้ หรือเราสามารถกำหนดชะตากรรมด้วยตนเอง คำตอบแม้ต่างกันสุดขั้ว แต่ผู้เรียนก็ทำได้ดี เขาตอบผมว่ามันเป็นทั้งสองคริสตชนเชื่อมั่นว่าชีวิตทุกวันคือการดำเนินไปตามน้ำพระทัยของพระ แต่สุดแล้วแต่ว่ามนุษย์จะตอบสนองน้ำพระทัยของพระเช่นไร พระเป็นเจ้าคงไม่กำหนดให้เราไปเป็นโจรเข่นฆ่า จี้ปล้น หรือทำร้ายใคร แต่คงปรารถนาให้เราได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลก ในวันแห่งสงครามและความไม่สงบ ศาสนาจึงงัดศาสตราวุธที่ทรงพลังที่สุดเสมอมาคือ “การสวดภาวนา” และยุทธวิธีที่ได้ผลมานานแล้วคือ “หันหน้าเข้าหากัน เพื่อหาข้อยุติที่ดีและเป็นประโยชน์”ประเทศไทยคงบันทึกชื่อของ อังคาร จันทาทิพย์ กวีซีไรต์คนล่าสุด นักกลอนจาก จ.ขอนแก่น จากหนังสือเล่มล่าสุดของเขา “หัวใจห้องที่ห้า” ในคำนำ ตอนหนึ่งเขาเขียนไว้ว่า “ต่างกรรม ต่างวาระ เงื่อนไข เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย สุขและโศกนาฏกรรม คล้ายชีวิต บทกวีของข้าพเจ้าก็เป็นเช่นนั้น” คนเขียนกวี เขียนหนังสือเขียนจากสิ่งที่เขาพบ นำสิ่งที่พบมาเสนอว่าเขาคิดเช่นไร ความคิดที่พูดถึงนี้คือความเชื่อนั่นเอง ทุกคนเจริญชีวิตจากที่เขาเหล่านั้นเชื่อ ในเดือนนี้เราจะมีภาพยนตร์ประวัติของบุคคลที่โลกรู้จักเขาดีทั้ง 2 คน สตีฟ จ็อบ และเลดี้ ไดอาน่า ถ้าใครได้อ่าน ได้ติดตาม ได้เรียนรู้จะพบว่าทั้งสองก็ดำเนินชีวิตจากความเชื่อเช่นกัน สตีฟ จ็อบ เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกได้ และเขาก็ทำได้จริง ส่วนเลดี้ ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ โอลิเวอร์ เฮิร์ซบีเกิล ผู้กำกับชาวเยอรมันได้บอกว่า “ลองคิดดูสิ ถ้าคุณแต่งงานเข้าไปเป็นสะใภ้ราชวงศ์ ก็มีสองทางเท่านั้นให้คุณต้องเล่น ทางแรกคือเล่นไปตามเกมที่กำหนดไว้ ซึ่งผลคือคุณจะต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวที่คงไม่น่าสนุกเท่าไหร่สำหรับผู้หญิง หรือสองคือลุกขึ้นมาขบถซะ ด้วยการทั้งเล่นตามเกมและดื้อแพ่งใส่มันไปด้วยพร้อมกัน ทางหลังนี่แหละที่ไดอาน่าเลือก เธอเป็นนักแก้เกมตัวจริงและนี่เป็นเหตุผลที่ผู้หญิงทั้งโลกรักเธอ” “คนเราเชื่ออะไร ก็ดำเนินชีวิตในแบบนั้น” ไม่ว่าจะเป็นครูมาจากซีรีส์เกาหลีเรื่องนั้น คุณอังคาร กวีซีไรต์ล่าสุด สตีฟ จ็อบ เลดี้ไดอาน่า หรือนายบุญมี ป้าไหม ยายแพร บางทีการที่เห็นคน ๆ หนึ่งอยู่ในสถานะใดอย่าเพิ่งเข้าใจทันทีว่าเขาเชื่อสิ่งนั้น ต้องเห็นชีวิตของเขาด้วย จริงๆ คำที่บอกว่าความเชื่ออันเป็นชีวิต อาจจะไม่ได้หมายถึงทำความเชื่อให้เป็นชีวิต ในทางกลับกันชีวิตเราต่างหากที่บอกความเชื่อของเรา ที่นี้ก็มาถึงคำถามที่ว่า...คุณเชื่ออะไรกันล่ะครับ?

สมัครแข่งขันพระคัมภีร์

 

คริสตสายสัมพันธ์

 

 
 

การแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

เมนูพระคัมภีร์

 

พระเยซูทรงบังเกิดภาษามือไทย

เสียงอ่านพระคัมภีร์