Get Adobe Flash player

ข่าวประชาสัมพันธ์

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงต้นปี 2017 ทำให้ประชาชน รวมถึงพี่น้องคริสตชนและคริสตจักรต่างๆ เดือดร้อนเป็นจำนวนมากอุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและทำลายสุขภาพจิตของผู้คน อ่านเพิ่มเติม


 

สินค้าออกใหม่

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ไทย- อังกฤษ

 - ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน (THSV)
- ภาษาอังกฤษ ฉบับ English Standard Version (ESV) พิมพ์สองสี แยกส่วน ไทย -อังกฤษ  สั่งซื้อคลิก


 
 
 

สินค้าโปรโมชั่น

พระคัมภีร์ รุ่นวิถีจัดการทางด้านการเงิน

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน2011 รุ่นวิถีจัดการทางด้านทางการเงิน มีไฮไลท์ข้อพระคัมภีร์เป็นแถบสีเขียว เกี่ยวกับทางด้านการเงิน การงาน การถวาย การดูแลทรัพย์สิน จำนวน 2,000 กว่าข้อ พร้อมบทเรียน 40 วัน สั่งซื้อคลิก


 
 
 

ผลคะแนนซูเปอร์จิ๋ว

 

แอพพลิเคชั่นพระคัมภีร์

 

Thai testimonies

Follow Me

 

 

 

 
 
  • App.png
  • linest.png
  • newline.png
  • newline3.png
  • tbsbible.png
  • the-Word.png

หยั่งรากลึกลงในความรักอันมั่นคงของพระเจ้า

หยั่งรากลึกลงในความรักอันมั่นคงของพระเจ้า

ข้าพเจ้าชื่อนางสาวดรุณี คินขุนทด เกิดวันที่4 ตุลาคม 2514 มีชายและพี่สาวทั้งหมด 3 คน ตัวเองเป็นคนเล็ก คุณพ่อคือ นายซูส่าย แซ่ฟ้านและ คุณแม่คือ นางอาพร คินขุนทด ทั้งสองได้เสียชีวิตแล้ว ขอขอบคุณพระเจ้าสำหรับท่านทั้งสองที่ได้เป็นแบบอย่างและคำอบรมสั่งสอนที่ดีในขณะท่านยังมีชีวิตอยู่ ตัวเองก่อนมาเชื่อพระเจ้าไม่สบายบ่อยมากและส่วนลึกในจิตใจชอบผู้หญิงด้วยกันและมีนิสัยไม่ดีหลายอย่างเช่น ใจร้อน ปากไว ไม่มั่นใจ กลัว เห็นแก่ตัวฯ ครอบครัวและบรรพบุรุษไม่ได้เป็นคริสเตียน อาชีพเดิมคุณแม่ได้ทำขนมให้ลูกๆ ไปขายตามหมู่บ้านใกล้ๆ แถวบ้าน ขณะเดียวกันเรียนหนังสือระดับมัธยมไปด้วยโดยเรียนภาคค่ำหลังจากขายขนมเสร็จและเรียน ทำงานจนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาการตลาดและมหาวิทยาลัยราชภัฏฉะเชิงเทรา สาขาการบัญชี อดีตเมื่อตอนขายขนมมีคนประกาศเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ ก็ไม่ได้สนใจแถมในใจคิดว่าเป็นพุทธก็ดีอยู่แล้วจะไปเปลี่ยนศาสนาทำไม มีวันหนึ่งไปเดินตลาดนัดแถวแฟลตคลองจั่น เจอสร้อยไม้กางเขนและมีคนถูกตรึงอยู่บนนั้น ชอบมากจึงซื้อมาใส่แต่ไม่รู้ความหมายที่แท้จริง จนมาพบพระเจ้าเมื่อปลายปี 2538 ซึ่งตอนนั้นคุณแม่และพี่สาวชื่ออวยพร ได้ไปโบสถ์มาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ตัวเองสังเกตเห็นทำไมเมื่อพวกเขากลับจากโบสถ์แล้วดูมีความสุขกันจัง แต่ตัวเองยังห่วงเรื่องรายได้วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่ขายขนมดีที่สุดและขายหมดเร็วกว่าวันอื่นๆ เลยไม่ไปโบสถ์ แต่แม่ได้ชวนไปโบสถ์เสมอ

รู้จักพระเจ้าจนประมาณเดือนกันยายน 2538 ได้ลองไปโบสถ์ดูและวันนั้นได้รับเชื่อในพระเยซูคริสต์มีสันติสุขมากๆ ทั้งๆที่ตัวเองยังมีบาปมากมายที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นไปโบสถ์กับแม่และพี่สาวด้วยกันทุกอาทิตย์ประมาณ 2 ปีกว่า แต่เมื่ออ่านถ้อยคำของพระเจ้าในปฐมกาล พระเจ้าสร้างมนุษย์ให้เป็นชายก็คือผู้ชายและเป็นหญิงก็คือผู้หญิง จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้เมื่อข้าพเจ้าได้มาหาพระเจ้าได้รู้ความจริงนี้ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะทิ้งตัวเก่าในเรื่อง “รักร่วมเพศ”เพื่อให้ท่าทีภายในถูกต้องในสายพระเนตรพระเจ้า ตามพระคัมภีร์ 1 คร.6:19 กล่าวว่า “ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในท่านผู้ซึ่งพวกท่านได้รับจากพระเจ้า และท่านทั้งหลายไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง” พระเจ้าทรงนำให้ไปถืออดอาหารอธิษฐาน สิ่งนี้ที่เป็นบาปซ่อนอยู่ภายในจิตใจส่วนลึกเป็นเวลานาน ภายนอกดูชีวิตปกติ ณ ที่คริสตจักรพระเยซูคริสต์ (พัทยา) ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ชีวิตจริง หากเราไม่ยอมอยู่ในตำแหน่งที่พระเจ้าสร้างเรามาหรือวางเราไว้เราจะไม่มีสันติสุขและความชื่นชมยินดีในชีวิต สิ่งนี้เราต้องเลือกตัดสินใจด้วยตัวเราเองว่าเราจะทิ้งความบาปภายในหรือเลือกทำตามใจปรารถนาของตนเอง จนมา ณ วันนี้ชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลงทุกวัน วันละเล็กละน้อย เป้าหมายชีวิตของข้าพเจ้าคือการมีชีวิตที่เหมือนพระคริสต์มากขึ้นๆทุกวัน พระคัมภีร์ที่ชอบและใช้ในชีวิตประจำวัน คือ สดด.32:8 “เราจะแนะนำและสอนเจ้าถึงทางที่เจ้าควรจะเดินไป เราจะให้คำปรึกษาแก่เจ้าและเฝ้าดูเจ้าอยู่” และ 1 ธส.7:17 “จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ”

ก้าวเข้าสู่การทำงาน เมื่อเรียนจบปริญญาตรีปี2546 ก็ได้ทำงานอยู่ประมาณ 2-3 แห่งในช่วงเวลาประมาณ 4 ปีกว่า ทำงานวันจันทร์-เสาร์ จนเมื่อปลายปี 2549 ได้ไปถืออดอาหารของาน 3 ข้อ

คือ1.งานคริสเตียน 2.หยุดเสาร์-อาทิตย์ 3.เจ้านายเป็นคริสเตียนมีพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกันที่แบ๊บติสต์พัทยาในขณะที่รอคอยพระเจ้าก็ได้ทำงานใกล้ๆ แถวบ้านแต่แม่ได้สังเกตเห็นไม่สบายบ่อยเพราะออฟฟิตได้เลี้ยงหมา 5-6 ตัว แม่จึงบอกว่าสุขภาพสำคัญกว่า ก็ได้ออกจากงานมาและได้รับประสบการณ์ได้ยินเสียงจากภายในว่า “จงนิ่งและรู้เถิดว่าเราคือพระเจ้า” รองานเป็นเดือนจนไม่มั่นใจในเสียงที่ตรัสภายในนั้นจึงคิดกลับไปในวิถีทางเดิมด้วยการสมัครงานทางอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเป็นการท้าทายมากกว่าว่าเราจะเข้าไปสมัครงานแบบวิถีทางเดิมหรือจะปิดโดยทันทีเพื่อเชื่อฟังเสียงจากภายใน ตัวเองตัดสินใจปิดคอมฯ และเดินออกห่างจากคอมฯ ไป รอคอยจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2551 พระเจ้าตอบคำอธิษฐานอย่างอัศจรรย์ โดยปกติตัวเองไปโบสถ์Holy of Holies แต่ระหว่างสัปดาห์ถูกเร้าใจจากภายในให้ไปคริสตจักรใจสมานรามคำแหง 68 ในเวลานั้นได้ชวนคุณแม่ไปโบสถ์ใจสมานราม 68 แต่แม่บอกไม่ไปตลอด 4-5 วัน ก็เลยนิ่งอธิษฐานว่าหากเป็นน้ำพระทัยพระเจ้าก็ขอให้แม่เอ๋ยปากไปโบสถ์ใจสมานราม 68 เอง พอถึงวันอาทิตย์สตาร์ทรถจะออกจากบ้านแม่นั่งอยู่ในรถและเอ่ยปากออกมาว่าวันนี้ไปโบสถ์ใจสมานรามฯ 68 ก็ได้ เมื่อไปที่โบสถ์นั่ง ในโบสถ์มีอาจารย์ไพรัลยา สหัสวรรษ(พี่จอย) มาทักทายถามว่าตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ตัวเองตอบไปว่าว่างงานและกำลังอธิษฐานกับพระเจ้าอยู่ พี่จอยก็ได้ถามว่าสนใจทำงานฝ่ายขายไหมพอดีสิ้นเดือนพฤษภาคมเจ้าหน้าที่จะออกหากสนใจให้วันรุ่งขึ้นไปสมัครและสัมภาษณ์ ข้าพเจ้าก็ไปตามที่บอกและได้เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 28พฤษภาคม 2551 เป็นต้นมา

หยั่งรากลึกลงในความรักอันมั่นคงของพระเจ้า วันหนึ่งสงสัยตัวเองว่าแถวใต้สะดือมีก้อนแข็งๆ ผ่านไปได้ประมาณ2-4 สัปดาห์ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ตัวเองเข้าใจไปเองว่าคงเป็นกล้ามเนื้อเพราะไปฟิตเนสเราออกกำลังกายประจำสัปดาห์ละ3-4 ครั้ง และเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 จึงไปตรวจ ณ โรงพยาบาลลาดพร้าว พบว่าเป็นเนื้อ

งอกที่มดลูก และมีถุงน้ำที่รังไข่ คุณหมอแผนกอายรุกรรมดูผลจากอุลตราซาวด์พบว่าผิวขรุขระที่ตรงรังไข่คุณหมอถามว่าบรรพบุรุษและที่บ้านมีใครเป็นมะเร็งไหม ตัวเองตอบว่าไม่มี คุณหมอส่งตัว

ไปที่แผนกสูติ-นรีเวชตรวจพบตรงกันจึงเข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 2 มีนาคม 2558 และนำชิ้นเนื้อไปตรวจพบว่าเป็น “มะเร็งที่รังไข่” มีพยาบาลมาถามว่าคุณรู้สึกอย่างไร? เมื่อคุณหมอแจ้งว่าเป็นมะเร็ง

ตนเองตอบไปว่าก็ปฏิบัติด้วยการเชื่อฟังหมอและก็อธิษฐานกับพระเจ้า และเขาสงสัยในตัวเราว่าผ่าตัดใหญ่ไม่ร้องขอยาแก้ปวดสักเม็ดเลยและไม่ต้องให้มอร์ฟีนด้วยเพราะคนที่เป็นนิ่ว ผ่าตัดไม่กี่เซน ร้องขอยาแก้ปวดทุก2 ชม.คุณหมอที่ผ่าตัดบอกว่ามีคนไข้แบบนี้ทุกคนหมอชอบ ถ้าถามว่าข้าพเจ้าผ่านมาได้อย่างไร แล้วมีกำลังจากไหนและสามารถชื่นชมยินดีกับความเจ็บป่วยรวมทั้งความยากลำบากนี้มาได้อย่างไร คำตอบคือ “พระวจนะของพระเจ้า” ซึ่งให้ชีวิตแก่ข้าพเจ้าภายในว่า “โรคนี้จะไม่ถึงตายแต่เกิดขึ้นเพื่อเชิดชูพระเกียรติของพระเจ้า เพื่อให้พระบุตรได้รับเกียรติเพราะโรคนี้” (โยบ 11:4) ตั้งแต่ผ่าตัดอยู่โรงพยาบาลลาดพร้าว7 วัน ต่อด้วยคีโม 6 เข็ม (ศูนย์มะเร็งกรุงเทพ) เป็นเวลาที่ตัวเองได้ประกาศแบบมีพลังจากข้างในมากกว่าตอนที่ตัวเองมีสุขภาพดีๆ และได้รับอิสรภาพในเรื่องการวางใจเนื้อหนังตนเอง คือว่าเมื่อก่อนคิดว่าหายเราดูแลสุขภาพในเรื่องการกิน การพักผ่อน การออกกำลังกาย เราจะมีสุขภาพที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าและประกาศได้อย่างเต็มปาก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้พบสัจธรรมในพระธรรมโยบ 15:31 “อย่าวางใจในสิ่งอนิจจัง ซึ่งเป็นการลวงตัวเอง เพราะสิ่งนั้นจะตอบแทนเจ้า”

ช่วงเวลาที่สุดๆแล้ว เป็นช่วงการให้คีโม เข็มแรกวันพุธที่18 มีนาคม 2558 มีอาการทั้งอาเจียนเพลีย กินพอได้แต่ไม่ถ่าย 9 วัน ในช่วงเวลานี้ตื่นตี 1 ตี 2 เพื่อมานมัสการพระเจ้า ในวันอาทิตย์ก่อนนอนสั่งเสียพี่สาวแล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหนเป็นช่วงที่ทรมานมากและคิดว่าวันจันทร์ต้องไป รพ.ลาดพร้าว เพื่อเจาะเลือดและนำผลเลือดไปให้หมอที่ศูนย์มะเร็ง เราจะไปไหวไหมแล้วพอตื่นขึ้นมาในวันจันทร์ตี 2 กว่า เปิดเพลงนมัสการพระเจ้าชื่อ “ข้าขอนมัสการ” เนื้อเพลงที่สัมผัสใจคือ “ในวันที่ข้าหมดแรง ในเวลาที่ข้าท้อใจ ในวันเวลาที่ข้ามองไม่เห็นใคร เมื่อข้าต้องเสียความฝันไป ข้าวางใจพระองค์ ข้ารอคอยพระองค์ พระองค์มีแผนการสำหรับข้า แม้ในความวุ่นวาย พระองค์นำลูกไปพระองค์สถิตอยู่ในใจ... ข้าขอนมัสการข้าเชื่อด้วยใจศรัทธา ถวายเครื่องบูชา ที่หน้าบัลลังก์พระองค์” และมีเสียงจากภายในว่า “เราจะให้กำลังแก่เจ้า และเจ้าจะไม่อาเจียน” เมื่อ 7 โมงกว่าลงมาทานข้าวไม่อาเจียนและก็มีกำลังที่สามารถไปหาหมอได้ ขอสรรเสริญพระเจ้า

ปรับความคิดให้ตรงกับพระประสงค์พระองค์ ช่วงที่พักรักษาตัว มีคิดกังวลเกี่ยวกับเรื่องงานว่าจะทำอย่างไรบ้าง เพราะต้นปีวางแผนงานว่าจะทำอะไร เมื่อเฝ้าเดี่ยวได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระด้วยพระวจนะ โยบ13:27 ;14:5 กล่าวว่า “พระองค์ทรงใส่เท้าของข้าพระองค์ไว้ในขื่อและทรงเฝ้าดูทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์ พระองค์ทรงจำกัดเขตแก่ฝ่าเท้าของข้าพระองค์ และ “วันเวลาของเขาถูกกำหนดไว้เสียแล้ว และจำนวนเดือนของเขาก็อยู่กับพระองค์ พระองค์ทรงจำกัดขอบเขตของเขา ไม่ให้เขาผ่านไปได้” เมื่อรู้ความจริงแห่งพระวจนะเปลี่ยนความคิดใหม่ให้ตรงกับพระเจ้าว่าจะเครียดไปทำไมให้เพิ่มโรคให้มากขึ้นอีก สู้มีความสุขดีกว่าและทำแต่ละวันที่เป็นของขวัญจากพระเจ้าให้ดีที่สุด วันพรุ่งนี้ยังคงเป็นปริศนาพระองค์มีพระคุณเพียงพอสำหรับเราเสมอความเจ็บป่วยครั้งนี้นับว่าเป็นพระพรในการหยั่งรากลึกในความรักอันมั่นคงของพระเจ้าและมีชีวิตอยู่ได้โดยพระวจนะ เรียนรู้ว่าการทนทุกข์และความทรมานทำให้เราเป็นอิสระและพบสิ่งที่ดีซ่อนอยู่ทั้งความเข้มแข็ง การเผชิญหน้ากับความกลัว การถ่อมใจลงภายใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ ความเชื่อที่เติบโตขึ้นสามารถที่จะหนุนใจผู้อื่นได้,เรียนรู้การรับชัยชนะร่วมกับพระคริสต์ ผู้เชื่อทุกคนรู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงมีชัยชนะแล้ว แต่ชีวิตจริงในการดำเนินชีวิตบนโลกนี้เราดาวน์โหลดชัยชนะไม่ได้โดยไม่ต้องผ่านสถานการณ์จริง ในสถานการณ์จริงเราผ่านหุบเขาเงามัจจุราชได้ “โดยการสถิตอยู่ของพระเจ้า” ในเรา การป่วยครั้งนี้ทำให้ตนเองเรียนรู้ว่า การอัศจรรย์ไม่ได้ช่วยให้ตัวเองเติบโต แต่การผ่านความยากลำบากต่างหากที่ทำให้ตัวเองเติบโตสุดท้ายนี้ขอบขอบคุณพระเจ้าผ่านทางสมาคมพระคริสตธรรมไทย และประกันสังคมสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด เป็นจำนวนเงิน 139,090 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของ “คีโม” ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ได้อธิษฐานเผื่อข้าพเจ้ามาโดยตลอด ทั้งคำหนุนใจและทุกกำลังใจที่ให้ข้าพเจ้าได้สัมผัสถึงความรักของพระเจ้าผ่านพี่น้องจริงๆ ขอหนุนใจพี่น้องคริสตชน ด้วย“เคล็ดลับแหง่ ความสุข” เมื่อเรามาเป็นคริสเตียนรู้จักพระเจ้าแล้วหรือดำเนินชีวิตกับพระเจ้ามานานเป็นสิบๆ ปีแล้วทำไมเรายังไม่มีความสุข ในพระวจนะ ยากอบ 1:25 กล่าวว่า “แต่ผู้ที่พินิจพิจารณาธรรมบัญญัติอันสมบูรณ์แบบซึ่งเป็นธรรมบัญญัติแห่งเสรีภาพและตั้งมั่นในธรรมบัญญัตินั้นไม่ได้เป็นผู้ที่ฟังแล้วก็ลืม แต่เป็นผู้ที่ประพฤติตาม ผู้นั้นจะได้รับความสุขในการประพฤติของตน” ความสุขอยู่ตรงที่ลงมือทำโดยเราพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ช่วยให้เราทำได้เช่น ให้เราทิ้งความเห็นแก่ตัวและให้ออกไปให้คำหนุนใจ อธิษฐานเผื่อใครสักคน ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นทรัพย์อย่างเดียว ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

ชื่อ ดรุณี คินขุนทด

ตำแหน่ง พนักงานขายอาวุโส

สมัครแข่งขันพระคัมภีร์

 

คริสตสายสัมพันธ์

 

 

การแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

เมนูพระคัมภีร์

 

พระเยซูทรงบังเกิดภาษามือไทย

เสียงอ่านพระคัมภีร์