Get Adobe Flash player

ผลคะแนนซูเปอร์จิ๋ว

 

แอพพลิเคชั่นพระคัมภีร์

 

Thai testimonies

Follow Me

 

 

 

 
 

คำสอนเท็จ จักพ่ายแพ้ความจริง

 
     อนุสนธิจากการที่ผู้เขียนไปร่วมรายการ “ถามตรงกับจอมขวัญ” สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ช่อง 32 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา เพื่อตอบคำถามที่สังคมสงสัยเกี่ยวกับคำสอนของนายเล่าย่าง  แซ่จาง หรือที่กลุ่มผู้ติดตามของเขาเรียกว่า “ว่างฝือ” ผู้อ้างว่าสามารถติดต่อกับพระเจ้าและทูตสวรรค์ได้ และชักชวนผู้ติดตามให้เข้าไปในป่าเพื่อทดสอบความเชื่อ มีการชำระบาปที่ผิดไปจากคำสอนของพระคัมภีร์ โดยกลุ่มนี้อ้างว่า พวกตนเป็นสมาชิกของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดต่อคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ และคริสตศาสนาโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของผู้รับใช้ในในคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสโดยตรง 
 
     ผลจากการเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่ม ทำให้ผู้ปกครองหญิงสาวและสามีของสตรีที่เข้าร่วมกลุ่ม นำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนจะไม่ขอพาดพิงถึง ทุกอย่างจะพิสูจน์จากหลักฐานและให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ข่าวนี้กระจายออกไป กลุ่มผู้ติดตามนายเล่าย่างบางคน ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน กล่าวถึงพิธีกรรมทางศาสนาที่พวกตนปฏิบัติ ซึ่งไม่ถูกต้องตามคำสอนของพระคัมภีร์และหลักข้อเชื่อคริสเตียน และคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสไม่เคยมีคำสอนนี้ 
 
     ข่าวที่กระจายออกไปตามสื่อต่างๆ ได้สร้างความเข้าใจผิด และทำให้คริสเตียนและคริสตจักรในประเทศไทยโดยรวมได้รับผลกระทบ ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นสมาชิกคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ใคร่ขอโอกาสอธิบายความเป็นมาของปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเพื่อให้พี่น้องคริสเตียนทุกคณะนิกายใช้เป็นข้อมูลตอบคำถามแก่ผู้สงสัยต่อไป 
 
ความเป็นมาของกลุ่ม
 
     ก่อนที่นายเล่าย่างเข้ามารับเชื่อเป็นคริสเตียน เขานับถือผี ตามความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง เมื่อถูกผีรบกวนจึงหันมารับเชื่อพระเยซูเมื่อปี  2003 ต่อมาเขาเริ่มอ้างว่าเขาได้รับนิมิตจากพระเจ้า และเขียนสิ่งที่ได้รับมาแจกแก่ผู้สนใจ อัดสำเนาแจกแก่สมาชิกตามโบสถ์ต่างๆ  โดยเฉพาะในคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ กลุ่มชาติพันธุ์ม้งในภาคเหนือ เมื่อมูลนิธิคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแห่งประเทศไทยทราบเรื่องนี้ จึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสอน และพบว่าคำสอนที่เขียนแจกจ่ายไม่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ และวิถีปฏิบัติของสมาชิกในคริสตจักรทั่วโลก จึงได้เจรจาและแจ้งเตือนเพื่อให้ยุติการสอนและใช้ชื่อของคริสตจักร โดยปฏิบัติตามขั้นตอนวิธีการแก้ไขปัญหาตามคำแนะนำในพระคัมภีร์ทุกประการ เป็นระยะเวลาหลายปีถึงสามครั้ง แต่ฝ่ายนายเล่าย่างไม่ยอมปฏิบัติตาม 
 
     หลังจากการเจรจา และด้วยความหวังว่ากลุ่มนี้จะหยุดพฤติกรรมอวดอ้าง และการสอนที่ไม่ถูกต้องเสีย โดยให้เวลาพิจารณาแก้ไข เมื่อเห็นว่าไม่เป็นผล ในปี 2006 คริสตจักรจึงมีมติให้โบสถ์ท้องถิ่นคัดรายชื่อของนายเล่าย่างและผู้ติดตามอีกสามคนออกจากการเป็นสมาชิกภาพ ต่อมาในปี 2009 เมื่อเห็นว่ากลุ่มผู้ติดตามของนายเล่าย่างไม่ยอมปฏิบัติตามหลักความเชื่อของพระคัมภีร์และคริสตจักร โบสถ์ท้องถิ่นจึงมีมติให้คัดชื่อคนเหล่านั้นออกจากการเป็นสมาชิกอีกนับร้อยคน การปฏิบัติของคริสตจักรทุกครั้งได้แจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับทราบเสมอ และแจ้งให้สมาชิกคริสตจักรทั่วประเทศทราบถึงปัญหาและวิธีแก้ไข 
 
     ต่อมา มีสมาชิกโบสถ์ที่ติดตามกลุ่มนี้ เห็นว่าเป็นคำสอนไม่ถูกต้อง จึงถอนตัวออกมา โบสถ์ท้องถิ่นแต่ละแห่งยินดีต้อนรับคนเหล่านั้นกลับไปเป็นสมาชิกเหมือนเดิม 
 
คำสอนไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์และหลักข้อเชื่อ
 
     หลังจากที่คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ ดำเนินการอย่างชัดเจนและไม่นับว่ากลุ่มของนายเล่าย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรของคริสตจักร ไม่ว่ากรณีใดๆ กลุ่มนี้ได้เรียกชื่อกลุ่มของตนเองว่า “เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสไม่กินเนื้อสัตว์” โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อ “เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส” ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการศาสนา คริสตจักรจึงปฏิเสธไม่ยอมรับผลเสียใดๆ จากการกระทำของกลุ่มนี้ และแจ้งให้หน่วยงานของรัฐและคริสเตียนทุกองค์กรทราบ
 
ตัวอย่างคำสอนที่ไม่ถูกต้อง  
 
     1. การไม่กินเนื้อสัตว์ ซึ่งพระคัมภีร์ไม่ได้ห้าม พระเจ้าทรงให้เลือกรับประทานสัตว์ที่สะอาด (ลนต. 11) ไม่รับประทานเลือดสัตว์ (ปฐก. 9:4 ลนต. 17:13-14)  กลุ่มของนายเล่าย่างยกข้ออ้างหนังสือของนางเอลเลน จี. ไวท์ บางตอน บางเล่ม มาอ้างโดยไม่เข้าใจบริบทและจุดมุ่งหมายของผู้เขียน ห้ามไม่ให้ผู้ติดตามของเขารับประทานเนื้อสัตว์และอาหารบางชนิด ซึ่งไม่ใช่คำสอนของคริสตจักร    เซเว่นธ์เดย์ฯ แต่อย่างใด 
 
     คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ ส่งเสริมให้สมาชิกถวายชีวิตและร่างกายแก่พระเจ้า การเลือกปฏิบัตินี้ด้วยเหตุผลเพื่อการมีสุขภาพดี ในหลักข้อเชื่อข้อ 16 กล่าวว่า ร่างกายเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คริสตชนตระหนักว่าร่างกายของเขาเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และควรถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ด้วยการเอาใจใส่ดูแลร่างกายของเขา  ละเว้นจากการกิน  ดื่ม สิ่งที่ให้โทษแก่ร่างกาย  เช่น สุรา  บุหรี่ และ อาหารที่ไม่สะอาดทุกอย่าง (1 คร. 3:16, 17, 6:9, 20, 9:25, 10:31,  2 คร. 7:1, 1 ปต. 2:9-12, 1 คร. 10:12 ลนต. 11:1-8)
 
     2. การอ้างหนังสือของเอลเลน จี. ไวท์ เหมือนคำสอนของพระคัมภีร์ ทำให้คริสเตียนคณะอื่นอาจมองว่าคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ ยกหนังสือเหล่านั้นเทียบเท่ากับพระคัมภีร์ ซึ่งไม่ถูกต้อง ในหลักข้อเชื่อข้อที่ 1 กล่าวว่า เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสเชื่อว่า….พระคัมภีร์ พระวจนะของพระเจ้า  คือหนังสือที่เขียนขึ้นจากการดลใจของพระเจ้า เป็นหลักของความเชื่อ และแนวปฎิบัติของคริสเตียนทุกคน (2 ทธ. 3:15-17 2 ปต. 1:19-21 สดด. 119:9, 11,105,130,  1 ธก. 2:13 อสย. 8:20 ยรม. 15:16 ฮบ.  4:12)
 
     พระเจ้าตรัสแก่เราจากการศึกษาพระคัมภีร์ ให้ความสว่าง และเสริมกำลังแก่เราและโดยการอธิษฐาน  จิตวิญญาณจะเข้าสนิทกับพระเจ้า นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงกำหนดให้เพื่อเอาชนะในการต่อสู้กับความบาป และเพื่อพัฒนาอุปนิสัยของคริสตชน (สดด 19:7, 8, 119:130 ยน. 6:63, 17:17, 1 ปต. 2:2, 1 ธก. 5:17 ลก. 18:1 สดด. 55:17 อสย. 50:4)
 
     หลักข้อเชื่อ (Doctrine) ของเซเว่นธ์เดย์ฯ   เหมือนคริสตจักรโปรเตสแตนท์อื่นๆ ประมวลมาจากพระคัมภีร์ ส่วนคำแนะนำของคริสตจักรและนางไวท์ เป็นการแนะนำให้ปฏิบัติ (Practice) เพื่อหนุนใจให้สมาชิกในคริสตจักรยึดมั่นในหลักข้อเชื่อ  เสริมสร้างชีวิตให้เจริญขึ้น ในด้านร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ ดำเนินชีวิตเพื่อเป็นแสงสว่างแก่คนทั้งหลาย  
 
     เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสยึดมั่นในพระคัมภีร์ พระวจนะของพระเจ้าที่เป็นมาตรฐานสูงสุดในการสอนและปฏิบัติ เราสนับสนุนหลักการของนักปฏิรูปศาสนาที่ยืนหยัดใน “Sola Scriptura” พระคัมภีร์อธิบายความ (ตีความหมาย) ด้วยตัวของพระคัมภีร์ และพระคัมภีร์เท่านั้นคือที่มาของพื้นฐานหลักความเชื่อทุกอย่าง ผู้ก่อตั้งคริสตจักรพัฒนาหลักข้อเชื่อพื้นฐานมาจากพระคัมภีร์ คนเหล่านั้นไม่ได้รับหลักข้อเชื่อใดจากนางเอเลน จี. ไวท์ แต่อย่างใด บทบาทหลักของนางไวท์ ในช่วงการพัฒนาหลักข้อเชื่อนั้นคือการให้ความเข้าใจพระคัมภีร์ และด้วยการศึกษาเพื่อยืนยันการสรุปผลเท่านั้น 
 
     ในสถาบันการศึกษาของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย เรายึดพระคัมภีร์เป็นหนังสือคู่มือในการสอนทุกวิชา โดยบูรณาการพระวจนะเข้าในเนื้อหาทุกวิชาเรียน โรงพยาบาลของคริสตจักรยึดเอาคำสอนด้านสุขภาพและการรักษาตามแบบอย่างของพระคัมภีร์และพระคริสต์ในการดูแลผู้ป่วย เพื่อการรักษาทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณ
 
     คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ ใช้หนังสือของนางไวท์เป็น “คำแนะนำ” ในการดำเนินงานของคริสตจักรด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ การศึกษา และกิจการ อื่นๆ ไม่ถือว่าเป็นคำสั่ง ใช้เป็นทางเลือกในการปฏิบัติงานเท่านั้น เช่น การดูแลสุขภาพ แนะนำให้บริโภคอาหารธรรมชาติ ตามที่พระคัมภีร์สอน (ปฐก. 1:29) การที่กลุ่มนายเล่าย่างสอนว่า เซเว่นธ์เดย์ฯ ต้องเป็นมังสวิรัติจึงไม่ถูกต้อง มีสมาชิกโบสถ์จำนวนมากทั่วโลกที่ไม่ได้เป็นมังสวิรัติ การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการเลือกส่วนบุคคล ไม่ใช่กฎที่ต้องปฏิบัติแต่อย่างใด คริสตจักรสอนให้เห็นถึงผลเสียของการบริโภคเนื้อสัตว์ และส่งเสริมให้เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพ  การเน้นสอนแบบสุดโต่ง เป็นความคิดของบางคน ซึ่งถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่หลักการของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ
 
     นางไวท์กล่าวว่า “ดิฉันถือว่าพระคัมภีร์เป็นหนังสือที่มีคุณค่าอันสูงส่ง.... หากท่านศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างจริงจัง ด้วยความปรารถนาจะก้าวไปถึงมาตรฐานของพระคัมภีร์และบรรลุถึงความไพบูลย์ของชีวิตคริสเตียนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือคำพยาน (ของนางไวท์) เหล่านี้”  White, Testimonies, vol. 5, pp. 664, 665.  
 
     ตัวอย่างคำแนะนำของนางไวท์ จากหนังสือ “มหัศจรรย์แห่งการรักษา” (The Ministry of Healing) แนะนำให้ละเว้นสิ่งเสพติดเช่น บุหรี่ สุรา ยาเสพติดอื่นๆ เป็นต้น นอกจากนี้นางไวท์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพโดยวิธีธรรมชาติที่พระเจ้าประทาน เช่น แสงแดด น้ำ อากาศ การพักผ่อน การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารพืชผักเป็นหลัก และมีความไว้วางใจพระเจ้า รู้จักดีทั่วโลกในชื่อ “นิวสตาร์ท” (NEW START) เพื่อการดูแลและถวายร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ เป็น “เครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ที่มีชีวิต” (รม.12:1) เป็นต้น เป็นที่มาของการสร้างสถานพยาบาลและโรงพยาบาลทั่วโลก เช่น ในประเทศไทย โรงพยาบาลมิชชั่นกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต บริการอาหารสุขภาพ อาหารมังสวิรัติ แก่ผู้รับการบริการและประชาชนทั่วไป
 
     โดยการทรงนำของพระเจ้าและจากคำแนะนำด้านต่างๆ ของนางไวท์ คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ ใช้เป็นแนวทางในการประกาศข่าวประเสริฐทั่วโลก หลังจากคริสตจักรจัดตั้งองค์กรเมื่อ ค.ศ. 1846 ในสหรัฐอเมริกา สถิติในปี ค.ศ. 2014 เป็นดังนี้
 
     • คริสตจักรประกาศข่าวประเสริฐใน 215 ประเทศ
 
     • สมาชิกทั่วโลก 20 ล้านคน (สถิติปี 2016)  (ไทย 14,000 คน)
 
     • คริสตจักรที่สถาปนาแล้ว 80,000 แห่ง
 
     • ศาสนาจารย์ สถาปนาแล้ว 19,020 คน
 
     • อนุศาสนาจารย์และผู้รับใช้อื่นๆ 279,604 คน
 
     • โรงเรียนระดับประถมและมัธยม 7,760 แห่ง (ไทย 10 แห่ง)
 
     • วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 115 แห่ง (ไทย 1 แห่ง) นักเรียนและนักศึกษาทั่วโลกรวมกว่า 1.8 ล้านคน
 
     • สำนักพิมพ์และโรงพิมพ์ 62 แห่ง (สำนักพิมพ์ไทย 1 แห่ง)
 
     • โรงพยาบาล 175 แห่ง คลีนิค 385 แห่ง (ไทย 2 แห่ง) แต่ละปีมีผู้ใช้บริการกว่า18 ล้านคน 
 
     • บ้านพักคนชรา 140 แห่ง 
 
     • สถานสงเคราะห์เด็กไร้ที่พึ่ง 29 แห่ง (ไทย 1 แห่ง)
 
     • โรงงานผลิตอาหารสุขภาพ 22 แห่ง (ไทย 1 แห่ง) 
 
     • หน่วยงานบรรเทาทุกข์แอ้ดดร้า (Adventist Relief and Agency) ทำงานใน 130 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย ให้ความช่วยเหลือสาธารณภัยและพัฒนาชุมชนปีละกว่า 612 ล้านบาท 
 
     3. การสารภาพบาป คำสอนของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ เรื่องการสารภาพบาปเชื่อตามคำสอนของพระคัมภีร์ทุกประการ ความรอดเป็นของประทานจากพระเจ้า มนุษย์รอดพ้นจากบาปโดยพระคุณ การสละพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่ด้วยการประพฤติ เราเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิต ทรงประทับในสวรรค์ ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า (ฮบ. 8:1) ในหลักข้อเชื่อข้อที่ 10 กล่าวว่า 
 
     “โดยความรักและพระเมตตา พระเจ้าทรงให้พระคริสต์ ผู้ไม่มีบาป ต้องมีบาป เพื่อโดยพระองค์เราทั้งหลายจะเป็นผู้ชอบธรรมของพระเจ้า ได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราต่างมีความรู้สึกถึงความต้องการของตนเอง ยอมรับความเป็นคนบาปของตน กลับใจใหม่จากการละเมิดทั้งหลาย และฝึกฝนความเชื่อในพระเยซู ในฐานะที่ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระคริสต์ ผู้ทรงทำหน้าที่แทนเราและทรงเป็นแบบอย่างของเรา ความเชื่อนี้ทำให้ได้รับความรอดพ้นจากบาป ซึ่งได้รับมาโดยฤทธานุภาพของพระเจ้าและพระวจนะ เป็นของประทานแห่งพระคุณของพระองค์ เราทั้งหลายจึงเป็นผู้ชอบธรรมโดยพระคริสต์ ได้รับเข้าเป็นบุตรชายหญิงของพระเจ้า และรับการช่วยกู้จากเจ้าแห่งความบาป เราทั้งหลายเกิดใหม่และได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรม พระวิญญาณทรงสร้างจิตใจของเราขึ้นมาใหม่ ทรงเขียนพระบัญญัติแห่งความรักของพระเจ้าไว้ในจิตใจ ทุกคนต่างได้รับฤทธิ์เดชในการดำเนินชีวิตอันบริสุทธิ์  เข้าสนิทอยู่ในพระองค์ ทำให้เรามีส่วนในพระลักษณะของพระเจ้า และมีหลักประกันแห่งความรอดตั้งแต่บัดนี้ และในวันพิพากษา (2 คร.5:17-21 ยน.3:16 กท.1:4; 4:4-7 ทต.3:3-7 ยน.16:8 กท.3:13, 14; 1 ปต.2:21, 22 รม.10:17 ลก.17:5 มก.9:23, 24 อฟ.2:5-10 รม. 3:21-26 คส.1:13, 14 รม. 8:14-17 กท. 3:26 ยน. 3:3-8; 1 ปต.1:23 รม.12:2 ฮบ.8:7-12 อสค. 36:25-27; 2 ปต.1:3, 4 รม.8:1-4; 5:6-10)
 
     การที่กลุ่มนายเล่าย่าง นำสมาชิกเข้าป่าเพื่อสารภาพบาปในป่า มีการทดสอบความเชื่อ จึงเป็นคำสอนที่ไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์และความเชื่อของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์ฯ  นอกจากนี้ยังยืนยันว่า เขาเชื่อฟังเสียงที่พูดกับตนมากกว่าเชื่อฟังพระคัมภีร์ 
 
คำสอนเท็จ ผู้เผยพระวจนะเท็จยังคงมีต่อไป
 
     ด้วยเหตุที่คริสตจักรของพระคริสต์เป็นสื่อกลางนำคนทั้งหลายรู้จักและเชื่อพระเยซู ผู้ทรงเป็นประตูสู่ชีวิตนิรันดร์ จึงตกเป็นเป้าหมายสำคัญในการทำลายของซาตาน ตั้งแต่พระเจ้าทรงเริ่มแผนการไถ่มนุษย์ให้รอดในพันธสัญญาเดิม การทำลายของซาตานไม่เคยหยุดยั้ง หนึ่งในวิธีการทำลายคือ นำเอาครูเท็จ การพยากรณ์เท็จ คำสอนเท็จ นิมิตเทียมเท็จเข้ามาในคริสตจักร ด้วยเหตุนี้พระเจ้า พระเยซูและอัครสาวกจึงเตือนผู้ติดตามพระองค์ให้ระวัง ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 
 
     • “มือ​ของ​เรา​จะ​ต่อ​สู้​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ที่​เห็น​นิมิต​ปลอม​และ​ทำ​นาย​เท็จ พวก​เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​สภา​ประ​ชา​ชน​ของ​เรา หรือ​ขึ้น​ทะ​เบียน​อยู่​ใน​ทะ​เบียน​ของ​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล และ​พวก​เขา​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​อิส​รา​เอล แล้ว​พวก​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​เรา​คือ​ยาห์​เวห์​องค์​เจ้า​นาย” (อสค. 13:9)
 
     • พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​ว่า “อย่า​ฟัง​ถ้อย​คำ​ของ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ ผู้​เผย​ให้​ท่าน​ฟัง ทำ​ให้​ท่าน​เต็ม​ด้วย​ความ​หวัง​ลมๆ แล้งๆ เขา​กล่าว​ถึง​นิมิต​ใน​ใจ​ของ​เขา​เอง ไม่​ใช่​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​ยาห์​เวห์” (ยรม. 23:16)
 
     • “วิบัติ​เมื่อ​ทุก​คน​บอก​ว่า​ท่าน​ดี เพราะ​บรรพ​บุรุษ​ของ​เขา​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​กับ​พวก​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เท็จ​เหมือน​กัน” (ลก. 6:26)
 
     • “เพราะ​ว่า​จะ​มี​พระ​คริสต์​เทียม​เท็จ​และ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​เทียม​เท็จ​หลาย​คน​ปรา​กฏ​ขึ้น แสดง​หมาย​สำ​คัญ​และ​การ​อัศ​จรรย์​ที่​ยิ่ง​ใหญ่ เพื่อ​ล่อ​ลวง​แม้​พวก​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​เลือก​ถ้า​เป็น​ได้”  (มธ. 24:24)
 
     • “ข้าพ​เจ้า​ทราบ​อยู่​แล้ว​ว่า เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​ไป​แล้ว​จะ​มี​พวกสุนัข​ป่า​ที่​ดุร้าย​เข้า​มา​ใน​หมู่​พวก​ท่าน และ​จะ​ไม่​ละ​เว้น​ฝูง​แกะ​ไว้​เลย และ​จะ​มี​บาง​คน​ใน​หมู่​พวก​ท่าน​ออก​มา​บิด​เบือน​ความ​จริง เพื่อ​ชัก​ชวน​สา​วก​ให้​หลง​ตาม​พวก​เขา​ไป” (กจ. 20:29-30)
 
     • “เพราะ​จะ​ถึง​เวลา​ที่​คน​จะ​ทน​ต่อ​คำ​สอน​ที่​ถูกต้อง​ไม่​ได้ แต่​พวก​เขา​จะ​รวบ​รวม​บรรดา​อาจารย์​ไว้​สำ​หรับ​ตน ตาม​ความ​อยาก​ของ​ตัว​เอง​เพื่อ​สนอง​หู​ที่​คัน  พวก​เขา​จะ​เลิก​ฟัง​ความ​จริง​และ​หัน​ไป​ฟัง​นิยาย​ต่างๆ” (2 ทธ. 4:3-4)
 
     • “...ท่าน​ที่​รัก​ทั้ง​หลาย เมื่อ​พวก​ท่าน​รู้​เรื่อง​นี้​ก่อน​แล้ว พวก​ท่าน​ก็​จง​ระวัง​ให้​ดี เพื่อ​ไม่​ให้​หลง​ไป​ตาม​การ​ผิด​ของ​คน​ชั่ว และ​สูญ​เสีย​ความ​มั่น​คง​ของ​พวก​ท่าน” (2 ปต. 3:17)
 
     • “​...จะ​มี​ผู้​สอน​เท็จ​เกิด​ขึ้น​ใน​พวก​ท่าน ซึ่ง​จะ​ลอบ​เอา​ลัทธิ​นอก​รีต​อัน​จะ​ให้​ถึง​ความ​พินาศ​เข้า​มา​เสี้ยม​สอน จน​ถึง​กับ​ปฏิ​เสธ​องค์​เจ้า​นาย​ผู้​ได้​ทรง​ไถ่​พวก​เขา​ไว้.... ผู้​สอน​เท็จ​เหล่า​นี้​เป็น​บ่อ​ที่​ไร้​น้ำ เป็น​หมอก​ที่​ถูก​พายุ​พัด​ไป...​พวก​เขา​พูด​โอ้​อวด​อย่าง​เลื่อน​ลอย และ​ใช้​กิ​เลส​ตัณ​หา​ของ​เนื้อ​หนัง ดัก​จับ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​กำ​ลัง​หนี​ไป​จาก​พวก​ที่​ดำ​เนิน​ชีวิต​ใน​ความ​หลง​ผิด” (2 ปต. 2:1, 17-18) 
 
     • ความจริงของพระวจนะเกราะป้องกันความเท็จ พระวจนะของพระเจ้าคือ เกราะป้องกันคริสเตียนไม่ให้หลงตามคำสอนเทียมเท็จ อัครทูตเปาโลแนะนำให้คริสเตียน “จง​เข้ม​แข็ง​ขึ้น​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​ใน​อานุ​ภาพ​อัน​ทรง​พลัง​ของ​พระ​องค์” โดย “​สวม​ยุทธ​ภัณฑ์​ทั้ง​ชุด​ของ​พระ​เจ้า​เพื่อ​จะ​สา​มารถ​ต่อ​สู้​กับ​อุบาย​ของ​มาร​ได้....​จง​รับ​ยุทธ​ภัณฑ์​ทั้ง​ชุด​ของ​พระ​เจ้า​ไว้ เพื่อ​ท่าน​จะ​สา​มารถ​ต่อ​สู้​ใน​วัน​ชั่ว​ร้าย​นั้น...จง​ยืน​หยัด​ไว้ เอา​ความ​จริง​คาด​เอว” (อฟ.6:10-14) ต่อไปนี้คือหลักการพิสูจน์ความเท็จด้วยความจริง
 
     • ข่าวสารของผู้เผยพระวจนะแท้สอดคล้องกับพระวจนะของพระเจ้าและพระบัญญัติของพระองค์ “ไป​ดู​ธรรม​บัญ​ญัติ​และ​ถ้อย​คำ​พยาน แน่​ที​เดียว​คน​ที่​ไม่​พูด​เช่น​ข้าพเจ้า ก็​จะ​เป็น​คน​ที่​ไม่​มี​รุ่ง​อรุณ​เลย” (อสย. 8:20)
 
     • คำพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะจะเป็นจริงตามที่กล่าว “เมื่อ​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​กล่าว​คำ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​ยาห์​เวห์ ถ้า​ไม่​เป็น​จริง​ตาม​ถ้อย​คำ​นั้น​และ​สิ่ง​นั้น​ไม่​เกิด​ขึ้น ถ้อย​คำ​นั้น​ไม่​ได้​เป็น​พระ​วจนะ​ที่​พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​บัง​อาจ​กล่าว​เอง อย่า​เกรง​กลัว​เขาเลย”  (ฉธบ. 18:22) 
 
     • ถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะแท้เสริมสร้าง  คริสตจักร ให้คำแนะนำที่ส่งสริมจิตวิญญาณ  “​ผู้​ที่​เผย​พระ​วจนะ​นั้น พูด​กับ​มนุษย์​เพื่อ​ให้​เจริญ​ขึ้น ให้​มี​การ​ชู​ใจ​และ​การ​ปลอบ​ใจ…​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​นั้น​ทำ​ให้​คริสต​จักร​เจริญ​ขึ้น” (1 คร. 14:3-5)
 
     • ผู้เผยพระวจนะแท้ยกย่องพระคริสต์ในฐานะพระบุตรของพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์  “ผู้​ที่​ยอม​รับ​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า พระ​เจ้า​ทรง​อยู่​ใน​คน​นั้น และ​คน​นั้น​อยู่​ใน​พระ​เจ้า” (1 ยน. 4:15)
 
     • ผู้เผยพระวจนะแท้สั่งสอนด้วยสิทธิอำนาจ (มธ.7:29) พระเยซูทรงเป็นตัวอย่างที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงสั่งสอนในสิ่งที่ทรงเห็นและได้ยินจากพระบิดา (ยน. 8:26, 28, 38) ผู้เผยพระวจนะจะเปิดเผยสิ่งต่างๆ ตามที่พระเจ้าทรงสำแดงให้เห็นด้วยอำนาจของพระองค์
 
     • ผู้เผยพระวจนะแท้ย่อมเกิดผลดี “ต้น​ไม้​ดี​จะ​เกิด​ผล​เลว​ไม่​ได้ หรือ​ต้น​ไม้​เลว​จะ​เกิด​ผล​ดี​ก็​ไม่​ได้...เพราะ​ฉะนั้น พวก​ท่าน​จะ​รู้​จัก​เขา​ได้​เพราะ​ผล​ของ​พวก​เขา” (มธ.7:18, 20) 
 
     ในนามของพี่น้องเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสทุกคน ผู้เขียนขอใช้โอกาสนี้ ขออภัยพี่น้องคริสเตียนไทยทุกคณะนิกายในสิ่งที่เกิดขึ้น และขอบคุณทุกท่านที่อธิษฐานเผื่อคริสตจักรของเราในการแก้ไขปัญหา เราพยายามปฏิบัติตามคำสอนของพระเยซูด้วยความอดทน ดังคำอุปมาเรื่องข้าวละมาน ทรงตรัสว่า ‘นี่​เป็น​การ​กระ​ทำ​ของ​ศัตรู’ ทาส​เหล่า​นั้น​จึง​ถาม​ว่า ‘ท่าน​ปรารถ​นา​จะ​ให้​เรา​ไป​ถอน​และ​เก็บ​ข้าว​ละ​มาน​ไหม?’ แต่​นาย​ตอบ​ว่า ‘อย่า​เลย เกรง​ว่า​เมื่อ​กำ​ลัง​ถอน​ข้าว​ละ​มาน​จะ​ถอน​ข้าว​ดี​ด้วย ให้​ทั้ง​สอง​เติบ​โต​ไป​ด้วย​กัน​จน​ถึง​ฤดู​เกี่ยว” (มธ. 13:28-30)  คริสตจักรได้พยายามใช้ความอดกลั้นจนถึงที่สุด และพร้อมอ้าแขนรับพี่น้องที่ต้องการกลับไปยังโบสถ์เดิมของเขาเสมอ เพื่อร่วมสามัคคีธรรมและเสริมสร้างชีวิตคริสเตียนด้วยกันต่อไป ดังพระดำรัสของพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้ตรัสไว้ “ถ้า​ท่าน​รัก​กัน​และ​กัน ดัง​นี้​แหละ​ทุก​คน​ก็​จะ​รู้​ว่าท่าน​เป็น​สา​วก​ของ​เรา” (ยน. 13:35) 
 
     โดยพระเมตตาของพระเจ้า พระองค์ทรงเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส การออกรายการโทรทัศน์ ในวันนั้น ทำให้เราเป็นพยานถึงความรักของพระคริสต์ให้แก่คนไทยทั่วประเทศ ศาสนิกชนในศาสนาอื่นได้ทราบถึงความเชื่อของคริสเตียนและความรักของเราต่อพี่น้อง ผู้เขียนอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงนำคริสเตียนไทยทุกท่านใช้โอกาสนี้ อธิบายความเชื่อของเราแก่ประชาชนที่ยังไม่รู้จักความรอดในพระคริสต์ และประกาศความจริงของพระองค์ด้วยความยินดี

สมัครแข่งขันพระคัมภีร์

 

คริสตสายสัมพันธ์

 

 
 
 

เมนูพระคัมภีร์

 

พระเยซูทรงบังเกิดภาษามือไทย

การแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

เสียงอ่านพระคัมภีร์