Get Adobe Flash player

ข่าวประชาสัมพันธ์

ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงต้นปี 2017 ทำให้ประชาชน รวมถึงพี่น้องคริสตชนและคริสตจักรต่างๆ เดือดร้อนเป็นจำนวนมากอุทกภัยครั้งนี้สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและทำลายสุขภาพจิตของผู้คน อ่านเพิ่มเติม


 

สินค้าออกใหม่

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ไทย- อังกฤษ

 - ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน (THSV)
- ภาษาอังกฤษ ฉบับ English Standard Version (ESV) พิมพ์สองสี แยกส่วน ไทย -อังกฤษ  สั่งซื้อคลิก


 
 
 

สินค้าโปรโมชั่น

พระคัมภีร์ รุ่นวิถีจัดการทางด้านการเงิน

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาษาไทย ฉบับมาตรฐาน2011 รุ่นวิถีจัดการทางด้านทางการเงิน มีไฮไลท์ข้อพระคัมภีร์เป็นแถบสีเขียว เกี่ยวกับทางด้านการเงิน การงาน การถวาย การดูแลทรัพย์สิน จำนวน 2,000 กว่าข้อ พร้อมบทเรียน 40 วัน สั่งซื้อคลิก


 
 
 

ผลคะแนนซูเปอร์จิ๋ว

 

แอพพลิเคชั่นพระคัมภีร์

 

Thai testimonies

Follow Me

 

 

 

 
 
  • App.png
  • linest.png
  • newline.png
  • newline3.png
  • tbsbible.png
  • the-Word.png

วิวัฒนาการของการแปลพระคัมภีร์ไทย

วิวัฒนาการของการแปลพระคัมภีร์ไทย

          ยุคแรกเกี่ยวกับความเป็นมาของพระคัมภีร์ไทยอาจเรียกว่ายุคก่อนที่จะมีการแปลพระคัมภีร์ในเมืองไทย ความจริงศาสนาคริสต์เข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรกนั้น ผู้ที่นำเข้ามาคือ บาทหลวงคาทอลิก ซึ่งเข้ามาเผยแผ่ศาสนาเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1662 ในสมัยของพระนารายณ์มหาราช โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่อยุธยา  มีการแปลคำสอนหลายๆ อย่างเป็นภาษาไทย แต่ไม่ปรากฏว่ามีการแปลพระคัมภีร์ แต่มีการรวบรวมประวัติของพระเยซู โดยสรุปจากพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มมาเขียนเป็นหนังสือชื่อว่า “พระพุทธเยซู”  หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มเดียวที่มีต้นฉบับหลงเหลืออยู่

          การแปลพระคัมภีร์ไทยครั้งแรกไม่ได้เกิดขึ้นที่เมืองไทย แต่เกิดขึ้นที่ประเทศพม่าในต้นศตวรรษที่ 19 โดยคุณแอนนา จัดสัน ภรรยาของอโดนิราม จัดสัน มิชชันนารีคณะอเมริกันแบ๊พติสต์   ได้พบว่ามีคนไทยถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยศึกอยู่ในประเทศพม่า คุณแอนนามีภาระใจอยากจะแปลคำสอนและแปลพระคัมภีร์ภาษาไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณแอนนาทำไม่มีหลักฐานหลงเหลืออยู่เลย ที่เรารู้ได้ก็เพราะมีจดหมายโต้ตอบที่คุณแอนนาเขียนไปถึงเพื่อนคนหนึ่งว่าท่านได้แปลบทเรียนเพื่อผู้เชื่อใหม่และพระธรรมมัทธิวเป็นภาษาไทยเสร็จเรียบร้อย โดยการช่วยเหลือของครูสอนภาษาไทย ดูเหมือนจะมีการส่งไปพิมพ์ที่โรงพิมพ์ของคณะแบ๊บติสต์ที่เมืองกัลกาตา ประเทศอินเดีย ใน ปีค.ศ. 1819  นอกจากนี้หลักฐานอีกชิ้นหนึ่งก็คือจดหมายของศจ.เบอร์นที่กล่าวถึงการทำตัวพิมพ์ไทยและการสั่งซื้อมาใช้ในประเทศสิงคโปร์

 

ศตวรรษที่ 19 ยุคแห่งการแปลพระคัมภีร์

 

ภาคพันธสัญญาใหม่ (NT)       

          การแปลพระคัมภีร์ไทยเริ่มจากนิกายโปรเตสเตนท์ โดยมิชชันนารีคู่แรกที่มาเมืองไทย คือ ดร.คาร์ล กู๊ดสลาฟ และ ศจ.จาค็อบ ทอมลิน จากสมาคมมิชชันแห่งลอนดอน ได้เข้ามาประกาศข่าวประเสริฐเป็นกลุ่มแรก โดยมาถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1828  แท้จริง ดร.คาร์ล กู๊ดสลาฟ มีภาระใจที่จะรับใช้พระเจ้าในประเทศจีน แต่พระเจ้าทรงนำท่านมาเมืองไทย ท่านเป็นคนที่เข้าใจในภาษาจีนด้วย และเมื่ออยู่เมืองไทย ท่านมีภาระใจที่จะแปลพระคัมภีร์ ท่านได้เรียนภาษาไทยและเริ่มแปลพระกิตติคุณลูกาเป็นภาษาไทย วิธีการแปลของท่านก็คือท่านได้ให้ นายคิง ชาวจีน อ่านพระคัมภีร์จากภาษาจีนแล้วนายฮอน ชาวพม่า ซึ่งรู้ภาษาจีนและภาษาไทยเป็นคนแปล หลังจากนั้นประมาณหกเดือนการแปลพระกิตติคุณสี่เล่มและพระธรรมโรมก็สำเร็จ  แต่ต่อมาในปลายปี ค.ศ. 1828 ศจ.ทอมลินป่วยและต้องไปรักษาตัวที่ประเทศสิงคโปร์ ดร.กู๊ดสลาฟจึงเดินทางไปด้วย และนำพระกิตติคุณลูกาไปพิมพ์ที่นั่น ระหว่างนั้น ดร.กู๊ดสลาฟได้แต่งงานกับคุณมาเรีย นีแวล และกลับมาทำงานในประเทศไทยโดยได้แปลพระคัมภีร์ต่อไป แต่ไม่แน่ชัดว่าทำได้แค่ไหน พระคัมภีร์เล่มแรกที่ท่านส่งไปพิมพ์ที่ประเทศสิงคโปร์คือพระธรรมลูกา ซึ่งพิมพ์เสร็จในปี ค.ศ. 1834 เป็นพระคัมภีร์ไทยเล่มแรกที่มีการแปลและการพิมพ์ แต่ต้นฉบับที่หลงเหลืออยู่เป็น Micro Film ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่ประเทศอเมริกา

          หลังจากที่ท่านกลับมาเมืองไทยได้ 2-3 ปี ในปี ค.ศ. 1831คุณมาเรียก็เสียชีวิตระหว่างการคลอด

ดร.กู๊ดสลาฟสะเทือนใจมากจึงเดินทางไปประเทศจีน แต่เนื่องจาก ดร.กู๊ดสลาฟและศจ.จาค็อบ ทอมลิน มีภาระใจเกี่ยวกับเมืองไทยมาก ท่านได้พยายามเขียนจดหมายไปหามิชชันนารีคณะต่างๆ ให้มาทำงานในเมืองไทย และมีหลายคณะที่ตอบสนอง โดยคณะแรกที่เข้ามาคือ คณะอเมริกันแบ็พติสต์ จากนั้นก็มีคณะอื่นๆ ตามมาดังนี้

 

          *คณะอเมริกันแบ็พติสต์

          ในปี ค.ศ. 1833  ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ จากคณะอเมริกันแบ็บติสต์ได้เดินทางมาประเทศไทยตามคำร้องขอของมัชชันนารีสองคนแรก แต่ท่านประกาศกับคนจีนที่อพยพมาในไทยเป็นหลัก จนในปี ค.ศ.1835 มิชชันนารีอีกท่านหนึ่งคือ ศจ.วิลเลียม ดีน ได้เดินทางมาสมทบ จึงมีการประกาศกับคนไทย  ศจ.ดร. จอห์น เทเลอร์ โจนส์ ได้เริ่มแปลพระคัมภีร์เป็นภาษาไทย โดยแปลพระกิตติคุณมัทธิวเป็นเล่มแรก ในปี ค.ศ. 1834 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่พระกิตติคุณลูกาของ ดร.กู๊ดสลาฟ พิมพ์เสร็จ   ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ ได้แปลพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่จนเสร็จและพิมพ์ในปี ค.ศ.1843 นับเป็นพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เล่มแรกของไทย

 

            *คณะ อเมริกันบอร์ด ออฟ คอมมิชชันเนอร์ ฟอร์ ฟอเร็นมิชชัน

          ปี ค.ศ. 1834    ศจ. ชาร์ล โรบินสัน และ ศจ. สเทเฟน จอห์นสัน มิชชันนารีคณะอเมริกันบอร์ด ออฟ คอมมิชชันเนอร์ ฟอร์ ฟอเร็นมิชชันได้มาประกาศในไทยเป็นครั้งแรก  และในปีต่อมา ดร.บรัดเลย์ ได้มาสมทบ ท่านเป็นผู้ตั้งโรงพิมพ์ครั้งแรกในไทย  และศจ.ชาร์ล โรบินสัน ได้แปลพระกิตติคุณทั้งสี่เล่มเป็นภาษาไทยและพิมพ์ในปี ค.ศ. 1842 ที่กรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นการพิมพ์พระคัมภีร์ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

 

          *คณะเพรสไบทีเรียน

          ในปี ค.ศ. 1840   ศจ.วิลเลียม บูแอล มิชชันนารีคณะเพรสไบทีเรียนเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก  และ ในปี ค.ศ. 1847 ศจ.สเทเฟน แมทตูน  และ ดร.ซามูเอล เฮาส์ เดินทางมาสมทบ เมื่อคณะได้เดินทางมาถึงเมืองไทยและอ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ฉบับแปลของศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ ทางคณะรู้สึกไม่พอใจกับการแปล  ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มแปลใหม่ โดย ศจ.สเทเฟน แมทตูน ได้แปลพระกิตติคุณเสร็จในปี ค.ศ. 1850  และได้จัดพิมพ์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

  

          *สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกัน

          ในปี ค.ศ. 1844  สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกันได้ร่วมมือกับ ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ คณะแบ็พติสต์ และ ศจ.ชาร์ล  โรบินสัน ของคณะอเมริกันบอร์ด  ช่วยกันแก้ไขคำแปลพระคัมภีร์ใหม่ฉบับของ ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ งานแก้ไขทำเสร็จและจัดพิมพ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมอเมริกัน ในปี ค.ศ. 1850 ที่ประเทศไทย ถือเป็นการแก้ไขคำแปลครั้งแรก

ภาคพันธสัญญาเดิม(OT)

ในปี ค.ศ. 1860  สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกันและคณะมิชชันต่างๆ ได้ร่วมมือกันแปลพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม  งานแปลทำเสร็จและจัดพิมพ์ในปี ค.ศ. 1883 ดังนั้นปี ค.ศ. 1883 จึงเป็นปีที่คนไทยมีพระคัมภีร์ไทยทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เป็นครั้งแรก

ในปี 1860-1883 พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม แปลเสร็จและได้จัดพิมพ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมแห่งอเมริกา

ในปี 1881-1883 ได้มีการจัดพิมพ์พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ (ฉบับแก้ไขใหม่) ซึ่งแปลโดยมิชชันนารีอเมริกันเพรสไบทีเรียน...

ในปี 1891-1896 สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกาในประเทศไทย ได้จัดพิมพ์พระคัมภีร์รวมเล่มสำเร็จ เป็นพระคัมภีร์คอลัมน์เดียว ได้รับการแก้ไขใหม่โดยดร.จอห์น คาร์ริงตัน เลขาธิการสมาคมฯในสมัยนั้น และได้จัดพิมพ์พระคัมภีร์เป็นตอนๆ เริ่มพิมพ์ตั้งแต่ปี 1890 จนถึงปีที่ท่านจากไปอยู่กับพระเจ้า

(ข้อมูลข้างต้นนำมาจากหนังสืออนุสรณ์ 100 ปี และ 150 ปี การแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นภาษาไทย)

ในปี 1885-1886 การแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ทั้งเล่มก็เสร็จสิ้นลง และในปี 1894 ได้พิมพ์พระคริสตธรรมคัมภีร์รวมเล่มครั้งแรก (ข้อมูลนำมาจากหนังสือ The History of the Translation of  the First Siamese Bible By Harald Krahl , p.15)

แต่ในระหว่างปี ค.ศ. 1881-1883 ช่วงที่พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมใกล้เสร็จ คณะเพรสไปทีเรียนได้มีการแก้ไขคำแปลพันธสัญญาใหม่

 ในปี ค.ศ. 1889  สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกันได้ตั้งสำนักงานสาขาในไทย เพื่อช่วยเหลือด้านการพิมพ์พระคัมภีร์เป็นภาษาไทย โดยมี ดร.จอห์น คาร์ริงตัน เป็นเลขาธิการคนแรก ท่านได้จำหน่ายแจกจ่ายและแก้ไขพระคัมภีร์ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง แต่การแก้ไขอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นภายหลังที่ท่านจากไป

 

ศตวรรษที่ 20 ยุคแห่งการแก้ไขคำแปล

ภายหลังเมื่อมีผู้รับใช้คนไทยที่รู้พระคัมภีร์เพิ่มมากขึ้น  สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้มีความคิดริเริ่มในการแก้ไขคำแปลพระคัมภีร์ไทยอย่างมีระบบและมีหลักการ เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น กล่าวคือ

การแก้ไขคำแปลครั้งที่หนึ่ง (ค.ศ.1920-1940)

เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1920 สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้จัดให้มีการแก้ไขคำแปลพระคัมภีร์ไทยอย่างเป็นระบบขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำงาน  และการแก้ไขจะยึดพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับ KJV (King James Version) เป็นหลักในการแปล  คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย ศจ.พอล เอกิน, อจ.เปลื้อง สุทธิคำ, อจ.ทองสุก มังกรพันธ์, อจ.เจริญ สกุลกัน, อจ.เจริญ วิชัย และ อจ.สุข พงศ์น้อย   การแก้ไขคำแปลทำเสร็จและพิมพ์รวมเล่มในปี 1940 ที่เรียกกันว่าพระคัมภีร์ฉบับ 1940

การแก้ไขคำแปลครั้งที่สอง (ค.ศ.1954-1971)

ในปี ค.ศ. 1954 โดยความช่วยเหลือของ ดร. ยูจีน ไนด้า จากสหสมาคมพระคริสตธรรมสากล สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้มีการแก้ไขคำแปลอีกเป็นครั้งที่สอง โดยมีการจัดระบบและรูปแบบการแก้ไขให้มากขึ้น คือมีการตั้งกรรมการ 3 ชุด ซึ่งประกอบด้วย 1. กรรมการยกร่างคำแปล ทำหน้าที่ยกร่างคำแปลใหม่  2. กรรมการตรวจสอบ ช่วยตรวจสอบสิ่งที่ผู้ยกร่างแก้ไข และ 3. กรรมการที่ปรึกษา จะคอยให้การสนับสนุนและชี้แนะแนวทางการแก้ไข การแก้ไขพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมนั้นใช้พระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับ  RSV (Revised Standard Version) และ ASV (American Standard Version) เป็นหลักในการแปล   ในขณะที่การแก้ไขพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ใช้ RSV เป็นหลักอย่างเดียว

คณะกรรมการยกร่างฯ ครั้งนี้มีด้วยกันสี่ท่านคือ อจ. ศรัณย์ ชัยรัตน์, อจ.ดับบลิว ทอมป์สัน, อจ.เฮอร์เบิร์ท เกรทเธอร์,  และ อจ.ฟรานซิส ซีรี  นอกจากนี้ ยังมีผู้ช่วยเหลือทั้งที่เป็นคริสเตียนและไม่เป็นคริสเตียน ดูแลด้านการใช้คำที่สละสลวย ไพเราะ หรือพูดอีกอย่างคือ มีขั้นตอนของการตรวจทานโดยนักลีลาภาษาเพิ่มขึ้น ทั้งมีการขอให้ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ช่วยอ่านและเสนอแนะ ซึ่งท่านได้กรุณาอ่านตรวจทาน แต่เนื่องจากท่านมีภารกิจมาก จึงอ่านให้ได้เพียงเล็กน้อย และเสนอแนะมาประมาณสิบแห่ง ข้อเสนอของท่านแม้กรรมการจะไม่ยอมรับทุกข้อ แต่หลายข้อก็เป็นประโยชน์ เช่น การแปลคำว่า ยาห์เวห์  เอโลฮิม (พระยะโฮวา พระเจ้า) เป็นสมเด็จพระเจ้า ท่านเสนอว่าไม่ควรใช้สมเด็จพระเจ้า การแก้ไขทำเสร็จและพิมพ์รวมเล่มในปี 1971 ที่เรียกว่าฉบับ 1971

          การแปลฉบับประชานิยม (ค.ศ.1963-1977-1984)

          ในระหว่างการแก้ไขคำแปลครั้งที่สอง ในปี ค.ศ.1963 สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้จัดให้มีการแปลพระคัมภีร์อีกฉบับหนึ่งซึ่งมีแนวการแปลที่แตกต่างจากการแปลเดิม คือการแปลโดยใช้หลักการแปลแบบถอดความ คือแปลความหมายของเนื้อหาให้ถูกต้องเป็นหลักโดยไม่จำเป็นต้องรักษาโครงสร้างหรือรูปประโยคหรือแม้แต่คำตามต้นฉบับ  โดยยึดถือพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับ GNB (Good News Bible) เป็นหลักในการแปล จุดประสงค์เพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายโดยเฉพาะคนไทยที่ไม่เป็นคริสเตียน    มีผู้ยกร่างคำแปลหลักสองท่านคือคุณจิตบรรจง  พิมพ์รัตน์และ ดร.โฮวาร์ด แฮตตัน จากคณะมิชชันโอ เอม เอ็ฟ  พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่แปลเสร็จในปี ค.ศ. 1977  ส่วนภาคพันธสัญญาเดิมแปลเสร็จในปี ค.ศ. 1983 และได้จัดพิมพ์รวมเล่มในปี ค.ศ. 1984 ฉบับนี้เรียกว่าฉบับประชานิยม

          การแก้ไขคำแปลครั้งที่สาม(ค.ศ.1997-2002-2011)

          ช่วงกลางปี ค.ศ. 1997 สมาคมพระคริสตธรรมไทยได้จัดให้มีการแก้ไขคำแปลอีกครั้ง โดยยึดแนวทางการแปลที่ผ่านมาด้วยการตั้งกรรมการสามชุดและมีการตรวจทานโดยนักลีลาภาษา แต่การแก้ไขคำแปลครั้งนี้มีหลักการคือไม่ยึดพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่ให้ผู้ยกร่างที่รู้ภาษากรีกและฮีบรู  ยึดพระคัมภีร์ฉบับกรีกและะฮีบรูของสหสมาคมพระคริสตธรรมเป็นหลักในการแก้ไข กรรมการยกร่างคำแปลครั้งนี้ประกอบด้วย ศจ. โรเบิร์ต คอลลินส์,  ศจ.ดร. เสรี  หล่อกัณภัย, ดร. วรรณภา เรืองเจริญสุข,  อจ. พัชรินทร์  ชัชมนมาศ, อจ.ทองหล่อ วงศ์กำชัย และ อจ.ปัญญา โชชัยชาญ   พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ทำเสร็จและพิมพ์ออกในปี ค.ศ. 2002  ส่วนพระคัมภีร์เดิมก็ค่อยๆ ทยอยเสร็จและพิมพ์ออกมาดังนี้คือ พระคัมภีร์หมวดเบญจบรรณพิมพ์ปี ค.ศ.2006 พระธรรมสุภาษิตพิมพ์ปี ค.ศ.2007  พระธรรมสดุดีพิมพ์ปี ค.ศ.2008 และในที่สุด สมาคมฯ ได้พิมพ์พระคริสตธรรมคัมภีร์ทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ใน

ปี ค.ศ. 2011

 

          

สมัครแข่งขันพระคัมภีร์

 

คริสตสายสัมพันธ์

 

 

การแปลพระคัมภีร์ภาษามือ

เมนูพระคัมภีร์

 

พระเยซูทรงบังเกิดภาษามือไทย

เสียงอ่านพระคัมภีร์